ตระกูลเวยหย่วนโหว
ผ่านไปไม่กี่วัน อันหรานจวิ้นจู่ก็ส่งเทียบเชิญมายังตระกูลเวยหย่วนโหวตามคาด เชิญบุตรสาวทั้งสามแห่งตระกูลเวยหย่วนโหวไปร่วมงานเลี้ยงดอกไม้ด้วยกัน
ในเทียบยังระบุว่า ให้บุตรสาวโหวฝูแต่งกายให้งดงาม หว่านซื่อต้องไปร่วมงานด้วย ภายในงานเลี้ยงดอกไม้จะมีเรื่องใหญ่ประกาศ
ทั่วทั้งโหวฝูเต็มไปด้วยบรรยากาศยินดีปรีดา
ซูหมิงจูเรียกสาวใช้เข้ามา “ลองสืบดู ในวันงานเลี้ยงดอกไม้ของอันหรานจวิ้นจู่ ซู่เหยาจะสวมใส่เสื้อผ้าเช่นไร”
นางฝืนลุกขึ้นทั้งที่ขายังเจ็บ ไม่ระวังไปกระทบแผล ทำให้เจ็บจนสูดปาก
“ซู่เหยาน่าสาปแสบ ล้วนเป็นความผิดของนังแพศยานั่น งานเลี้ยงดอกไม้วันนั้นจะทำเช่นไรดี ท่านแม่ ลูกเจ็บยิ่งนัก!”
“วันใดวันหนึ่ง ข้าจะเชือดนังแพศยาซู่เหยาเป็นชิ้น ๆ!”
หว่านซื่อฟังอยู่ข้าง ๆ แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ
ตามปกติ นางจะต้องร่วมแช่งซู่เหยาไปพร้อมกับหมิงจู
ซูหมิงจูรู้สึกประหลาด “ท่านแม่ ท่านเป็นอะไรไป?”
คราวก่อนที่จู่ ๆ ก็พูดไม่ได้ ทำให้หว่านซื่อหวาดกลัว
หรือว่าจะเป็นพระพุทธองค์สำแดงเดชจริง ๆ?
หลายวันมานี้ นางนอนหลับไม่สนิทเลย
เมื่อหลับตา ก็เห็นแต่ซู่เหยาบอกนางว่า ให้ระวังปาก อย่าสร้างกรรมวาจา
มิเช่นนั้นจะเป็นใบ้อีก
นี่คือบทลงโทษที่พระพุทธองค์ประทานมา
หว่านซื่อตกใจกลัวจนเหงื่อเย็นซึม
“หมิงจู ระยะนี้ท่านแม่ใจสั่นอยู่ตลอด แม่กำลังคิดว่า ปล่อยซู่เหยาไปเสียเถิด ก็เหมือนปล่อยวางตนเอง เมื่อเจ้าได้เป็นบุตรบุญธรรมของอันหรานจวิ้นจู่ ก็โดดเด่นเป็นสง่าแต่เพียงผู้เดียว อย่าไปขัดแย้งกับนางอีกเลย”
ซูหมิงจูค่อนข้างแปลกใจ “ท่านแม่ แท้จริงแล้วท่านเป็นอะไรกันแน่?”
หว่านซื่อยกมือขึ้นประสานกัน กล่าวอามิตาพุทธ “พระเมตตาของพระพุทธองค์ หากกลับตัวเสียใหม่ตอนนี้ ยังทันการ”