ออกจากตำหนักเหยากวงมา ฉู่หลิงเย่ายังคงสีหน้าเคร่งขรึมดั่งน้ำลึก ทว่าฝีเท้ากลับเบาสบายขึ้นมาก หลังที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลง ความอบอุ่นภายในอกระรื่นดั่งน้ำผึ้งกระจายซ่าน มุมปากก็เริ่มกดไว้ไม่อยู่
“ผู้น้อยถวายพระพรท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ” เหวินเต๋อกุ้ยโน้มตัวคารวะ
“ท่านขันทีเหวินลุกขึ้นเถิด” ฉู่หลิงเย่าประคองเหวินเต๋อกุ้ยด้วยสองมือ ถือโอกาสสอดซองอั่งเปาเข้าในแขนเสื้อของเหวินเต๋อกุ้ย
เหวินเต๋อกุ้ยยิ้ม “ท่านอ๋องเกรงใจเกินไปแล้ว”
ฉู่หลิงเย่าหลุบตาปกปิดรอยยิ้มในแววตา “รบกวนท่านขันทีแล้ว”
“ไม่รบกวนพ่ะย่ะค่ะ ยินดีกับท่านอ๋อง ยินดีกับท่านอ๋อง ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้บัณฑิตฮั่นหลินย่วนร่างพระราชโองการแล้ว” เหวินเต๋อกุ้ยเอ่ยยิ้ม ๆ “คาดว่าอีกไม่เกินสามวัน พระราชโองการพระราชทานสมรสก็คงจะลงมา”
ฉู่หลิงเย่าพยักหน้า
ทั้งสองกล่าวจบก็แยกจากกัน
ครั้นทั้งสองเดินลับไปไกล เงาผู้หนึ่งก็เดินออกมาจากอุทยานหลวง
เผยอวี้เฉิงฝึกยุทธ์เป็นนิจ หูตาไว ต่อให้อยู่ห่างกันอยู่บ้าง แต่วาจาของฉู่หลิงเย่าและเหวินเต๋อกุ้ยเขาก็ได้ยินชัดถึงเจ็ดแปดส่วน
หยงชินอ๋องถึงกับสนิทสนมกับขันทีคนโปรดข้างกายฮ่องเต้ถึงเพียงนี้
อีกอย่าง หยงชินอ๋องมิใช่เพิ่งได้รับพระราชทานสมรสไปแล้วหรือ เหตุใดจึงมีอีกครั้ง แล้วยังดีใจถึงเพียงนี้
คราก่อนที่สำนักเต๋า หยงชินอ๋องปากก็บอกว่าเป็นห่วงเซวียเชียนอี้ ทว่าหากพินิจให้ดีกลับเต็มไปด้วยช่องโหว่
เผยอวี้เฉิงมาถึงตำหนักหยางซิน ประจวบเหมาะกับบัณฑิตฮั่นหลินย่วนร่างพระราชโองการเสร็จถวายฮ่องเต้ทอดพระเนตร
