มือที่ห้อยอยู่ข้างกายของหว่านซื่อกำแน่นโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจแทบหยุดชะงัก แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก แต่นางยังฝืนยืดอกตรง ไม่ยอมให้ความขลาดกลัวเล็ดลอดออกมา
ปลายนิ้วสั่นระริกเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรงซีดขาว
ฮ่าวชูไม่มีทางคิดว่านางใจร้ายแน่นอน
ฮ่าวชูต้องช่วยพูดแทนนางแน่นอน
หว่านซื่อทั้งตึงเครียดและกังวล
หนิงฮ่าวชูมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก นิ่งเงียบไม่ปริปาก
อันหรานจวิ้นจู่หันไปทางอู๋หว่านเหนียง "คุณหนูอู๋ เจ้าเองก็เป็นมารดา เจ้าคิดเห็นอย่างไร เจ้าว่าที่ฮูหยินหว่านทำนั้นถูกต้องหรือไม่"
จู่ๆ อู๋หว่านเหนียงก็ถูกเอ่ยชื่อขึ้นมา นางจึงค่อนข้างมึนงง
แม้จะไม่รู้ว่าเหตุใดอันหรานจวิ้นจู่จึงให้นางเป็นผู้ตอบ แต่นางก็ตอบไปตามตรงว่า "ในฐานะมารดา ย่อมหวังให้บุตรสาวได้แต่งเข้าบ้านที่ดี ชีวิตราบรื่นตลอดไป ข้าความรู้น้อย ไม่เคยเห็นผู้ใดไม่ยอมให้บุตรสาวแต่งกับอ๋อง แต่กลับหวังให้บุตรสาวรับบุตรเขยเข้าบ้าน ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดฮูหยินหว่านจึงทำเช่นนี้ แต่โดยรวมแล้วคงไม่ใช่เพื่อความดีของคุณหนูใหญ่ เป็นไปได้ว่าฮูหยินหว่านมีเจตนาส่วนตนอะไรบางอย่างกระมัง"
ขณะที่อู๋หว่านเหนียงพูด นางสัมผัสได้ถึงสายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้องมายังร่างของนาง ในจำนวนนี้มีสองคู่ที่ร้อนแรงที่สุด คู่หนึ่งมาจากหว่านซื่อ อีกคู่มาจากหนิงฮ่าวชู
แววตาของหว่านซื่อแฝงความเคียดแค้น ราวกับอยากจะกัดกินเนื้อหนังนางทั้งเป็น
แววตาของหนิงฮ่าวชูค่อนข้างซับซ้อน แฝงแววพินิจพิจารณา ซึ่งนางไม่เข้าใจความหมาย
อันหรานจวิ้นจู่ยิ้มน้อยๆ "คุณหนูอู๋ช่างเป็นคนที่เข้าใจอะไรง่ายดียิ่ง ฮ่าวชู เจ้ายังคิดไม่ตกอีกหรือ"
หนิงฮ่าวชูขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงเรียบเฉย "อันหราน ฮูหยินหว่านเป็นแขก"