ตระกูลหยวน
หยวนจู่นั่งอ่านตำราตามปกติ
เขามองตำราสองสามครา แล้วก็เหลือบมองสาวใช้ตัวน้อย
สุดท้ายก็หงุดหงิดใจจนต้องปิดตำราลง ดึงสาวใช้เข้ามาในอ้อมกอด
สาวใช้เป็นสาวใช้ปรนนิบัติบนเตียงของเขา ถูกเขาดึงไว้ นางก็อ่อนระทวยไปทั้งร่าง แต่ปากก็ยังพร่ำขอความเมตตา “คุณชาย ฮูหยินกำชับแล้วว่า เหลือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งปีก็จะถึงสอบสสวนฤดูใบไม้ผลิ ห้ามมิให้คุณชายทำเรื่องเหลวไหล หากถูกฮูหยินจับได้ ข้าน้อยต้องถูกตำหนิอีกเป็นแน่”
หยวนจู่ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อของอีกฝ่าย “หุบปาก ข้าน่ะกำลังไฟขึ้น พอระบายออกแล้วจะปล่อยเจ้าออกไป”
สาวใช้ไม่กล้าส่งเสียง ได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามอำเภอใจ
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม หยวนจู่ก็พอใจแล้วจึงปล่อยนาง
ฮูหยินหยวนผลักประตูห้องตำราเข้ามา ก็เห็นสาวใช้กำลังจัดเสื้อผ้าด้วยท่าทางตื่นตระหนก
ฮูหยินหยวนขมวดคิ้ว จ้องเขม็ง “อีทาสชั่ว มาล่อลวงคุณชายอีกแล้ว ถ้าคุณชายสอบได้ไม่ดี ข้าจะถลกหนังเจ้าออกให้ดู!”
“ยังไม่ไสหัวไปอีก! ไปหาโอสถคุมกำเนิดมากินเองซะ! ของหน้าด้าน!”
สาวใช้รีบหนีเตลิดไป
หยวนจู่เดินยิ้มแย้มเข้ามา ประคองมารดานั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนจะนวดบ่าให้นางเบา ๆ “ท่านแม่ ใครมายั่วโมโหให้หนักหนาเช่นนี้”
ฮูหยินหยวนนึกถึงเรื่องที่เจอมาก่อนหน้านี้ที่จวนเวยหย่วนโหว ก็โกรธจนทุบกำปั้นลงบนโต๊ะตำรา
ทุบโต๊ะดังสนั่น “ซู่เหยาช่างรังแกเกินไปแล้ว!”
“หน้าด้านไม่รู้จักดี!”
“โมโหข้านัก!”
ฮูหยินหยวนใส่สีตีไข่ เล่าเรื่องที่ซู่เหยาถอนหมั้นอย่างไร้มารยาทให้ฟัง
