นอกจากเนื้อสดแล้ว เจียงเหวินเยว่ยังแวะร้านของหมัก ซื้อหมูสามชั้นเค็มหมักไว้ 5 ชั่ง ในราคาชั่งละ 45 เหวิน
หมูชนิดนี้หมักด้วยเกลือหยาบแล้วนำไปแขวนตากให้แห้ง เนื้อจึงนุ่มกว่าหมูรมควันด้วยฟืน ผู้สูงอายุก็เคี้ยวได้สบาย
เนื้อหมูที่มีมันติดอยู่สามารถเจียวเอาน้ำมันได้ด้วย เพียงหั่นเป็นแผ่นบางแล้วนำไปนึ่งหรือต้ม ก็รับประทานกับโจ๊กหรือข้าวสวยได้ แต่เก็บไว้ได้ไม่นานเท่าหมูรมควัน
นางยังซื้อหมูสามชั้นรมควันชั้นดีอีก 5 ชั่ง ชนิดนี้เก็บได้นานกว่า มีกลิ่นหอมเค็มจากการรมควัน อีกทั้งหมักด้วยเครื่องเทศ จะนำไปทำกับข้าวหรือกินแกล้มสุราก็ได้ ราคาชั่งละ 55 เหวิน
ไส้กรอกหมักราคาชั่งละ 50 เหวิน มีน้ำมันมาก แต่ต้องใช้แรงงานทำค่อนข้างเยอะ
เมื่อก่อนทุกฤดูหนาว ท่านย่าเจียงจะทำไว้ทุกปี คนในบ้านต่างชอบกินกันมาก จะกินกับโจ๊กหรือใช้ทำกับข้าวก็สะดวก เจียงเหวินเยว่จึงสั่งไป 10 ชั่งทันที
ส่วนปลาเค็มและปลาแห้งชนิดต่าง ๆ ราคาถูกกว่า
เจียงหนิงมีสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์ ปลาเป็นแหล่งเนื้อสัตว์ที่หาง่ายและราคาถูกที่สุด ทั้งยังมีสารอาหารไม่ด้อยกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น แถมมีโปรตีนสูง
ปลาน้ำจืดสารพัดชนิด ทั้งปลาเบ็ดเตล็ด ปลาหญ้า และปลาดำ ล้วนหมักเกลือได้ ราคาชั่งละ 13 ถึง 20 เหวินเท่านั้น เก็บได้นานและมีรสเค็มกลมกล่อมในตัว ต่อให้เป็นครอบครัวชาวบ้านที่ขัดสนหน่อย พอถึงฤดูหนาวก็ยังซื้อเก็บไว้กินทีละน้อย
เจียงเหวินเยว่เลือกซื้อปลาที่ก้างน้อยเนื้อเยอะมาบ้าง เอาไว้เพิ่มรสชาติให้กับมื้ออาหารที่บ้าน
นอกจากนี้ยังมีผักดองและผักแห้งอีกหลายชนิด
ฤดูหนาวมีผักสดน้อย แถมราคาก็แพง ทุกปีที่ผ่านมา ตระกูลเจียงจะเริ่มกักตุนผักตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วง ท่านย่าเจียงยังทำผักดองสารพัดชนิด พอเข้าหน้าหนาวก็สลับกันกินได้หลายอย่าง ทั้งยังไม่ขาดวิตามิน