ไม่นานนัก ไฉ่เหอก็หิ้วกล่องอาหารกลับมา
เจียงเหวินเยว่ยังแปลกใจในความรวดเร็วของนาง พอเห็นอีกฝ่ายวิ่งจนเหงื่อท่วมศีรษะ หอบหายใจไม่ทัน จึงรีบรินน้ำอุ่นให้หนึ่งถ้วย
“ทำไมถึงรีบร้อนขนาดนี้? ข้าไม่ได้หิวมาก เดินกลับมาช้า ๆ ก็ได้”
“อากาศหนาวขนาดนี้ ถ้าเดินเอื่อยเฉื่อยกลับมา อาหารคงเย็นหมดแล้ว จะให้เจ้ากินของเย็นได้อย่างไร” ไฉ่เหอยิ้มแย้มพลางช่วยยกกล่องอาหารไปวางบนโต๊ะสี่เหลี่ยม แล้วเปิดฝากล่องหยิบอาหารออกมา
เจียงเหวินเยว่เห็นนางหยิบอาหารสามอย่างออกมาจากกล่อง มีเนื้อสองอย่างกับผักหนึ่งอย่าง แล้วยังมีแกงเนื้อแกะตุ๋นมันเทศจีนอีกหนึ่งชาม ปิดฝาด้วยชามกระเบื้องไว้ ไอร้อนลอยกรุ่นขึ้นมา นัยน์ตาของนางพลันฉายแววประหลาดใจและครุ่นคิด
ไฉ่เหอจัดตะเกียบให้นางอย่างคล่องแคล่ว พลางพูดเหมือนเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ ว่า “วันนี้ครัวใหญ่มีอาหารดี ๆ ด้วยนะ ยังตุ๋นน้ำแกงเนื้อแกะอีก ได้ยินว่าตอนกลางคืนถ้าได้ดื่มสักชามตอนร้อน ๆ มือเท้าจะอุ่นไปทั้งคืน ข้าก็เลยตักมาให้เจ้าชามหนึ่ง”
สาวใช้ชั้นสามในจวนได้อาหารประจำวันเป็นเนื้อหนึ่งอย่างกับผักหนึ่งอย่าง
อาหารประเภทเนื้อก็ไม่ใช่เนื้อชิ้นโตอะไร เป็นแค่ผัดรวมกับผักในกระทะใหญ่ แต่ก็ยังถือว่าได้กินเนื้ออยู่บ้าง
ทว่าอาหารที่ไฉ่เหอนำกลับมามีเนื้อถึงสองอย่าง อย่างหนึ่งเป็นเนื้อผัดรวมผัก ส่วนอีกอย่างคือเป็ดตุ๋นเหล้าหมัก ซึ่งเป็นเนื้อชิ้นโตของจริง แม้แต่สาวใช้ชั้นสองก็ใช่ว่าจะได้กินทุกมื้อ ปกติแล้วมีเพียงสาวใช้ชั้นหนึ่งหรือพวกแม่นมผู้ดูแลงานเท่านั้นที่ได้กิน
ครัวใหญ่มีธรรมเนียมที่ไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ข้อหนึ่ง ภายนอกดูเหมือนจะเตรียมอาหารในแต่ละวันตามจำนวนคน แต่ในความเป็นจริงมักมีอาหารเหลืออยู่เสมอ หรือไม่ก็เป็นอาหารที่แม่นมกับสาวใช้คนสนิทบางคนไม่ชอบ จึงทิ้งไว้ในครัวใหญ่
