【ส่งสมองมา~ เด็กดีที่ขยันจะรวยเละเลยนะ~ (*❦ω❦)】
【รักทุกคนจ้า~】
【(✪ω✪)】
เฉินเหยียน สมชื่อเฉิน แต่ถ้าคุณคิดว่าเขาพูดน้อยเฉยชาละก็ผิดถนัด
เขาเป็นพวกกลัวสังคมตัวจริง ที่ทำให้คนทั้งวงการขุดสุสานหวาดกลัวได้
ที่ว่าสมชื่อเฉิน หมายถึงแซ่เฉินของเขา
เขายังมีอีกสถานะ เป็นลูกชายแท้ ๆ ของเฉินผีอาซื่อแห่งจิ่วเหมิน
ตอนนี้ เขาตามจนเจอจนได้
เฉินผีกวาดตามองรอบตัวอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะเหลือบไปที่ชายตรงข้ามซึ่งนั่งไขว่ห้าง มือถือถ้วยชาพลางส่ายหัวเบา ๆ เป่าชา ดวงตาฉายแววคลุมเครือ
เฉินซี่ถูกกดตัวไว้ข้างหลังเก้าอี้ของเฉินผี จ้องเขม็งไปที่คนตรงหน้า แต่ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล
หน้าตาของชายคนนี้...
“ลงทุนมัดตัวข้ามาขนาดนี้ มีอะไรก็ว่ามาตรง ๆ ไม่ต้องปิดบัง”
เฉินผีพูดจบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แสงวาบหนึ่งผ่านแววตา ก่อนจะถามชายตรงข้ามว่า “ไอ้หนู แกมันบ้าบิ่นดีนี่ กระทั่งรถของข้ายังกล้าวางระเบิด แล้วยังมัดข้ามาอีก”
“ไงล่ะ คิดได้รึยังว่าจะพูดอะไร”
ชายคนนั้นสวมชุดจงซานแบบสั่งตัด ที่ขอบปลายแขนเสื้อปักดิ้นทอง
สองมือสะอาดเรียวยาว ข้อนิ้วขาวซีดเล็กน้อย ท่วงท่าเนิบนาบไม่เร่งรีบนั้น ทำให้ทั้งเฉินผีและเฉินซี่รู้สึกแปลกพิกล
ผมยาวขึ้นเล็กน้อยของเขาถูกหวีเสยไปด้านหลังอย่างเป็นระเบียบ เหลือเพียงปอยผมเส้นหนึ่งปรกลงมาตามธรรมชาติบนหน้าผาก พอดีปิดแนวคิ้ว ขนตาไหวระริกตามการกะพริบของดวงตา บุคลิกโดยรวมของเขามีเพียงคำเดียวที่พอจะบรรยายได้ นั่นคือ สุภาพนุ่มนวล
ชายหนุ่มไม่พูดอะไร เพียงยืดแขนขึ้นเล็กน้อย ปล่อยข้อมือลง เผยให้เห็นข้อมือข้างหนึ่ง ซึ่งมีลูกประคำขาวเส้นหนึ่งสวมอยู่
เฉียนหนาน
รูม่านตาของเฉินซี่หดเกร็ง สิ่งที่ชายคนนี้สวมอยู่ที่ข้อมือคือไป๋ฉีหนานหรือนี่
ต้องรู้ว่าในวงการสะสมของเก่า มีคำกล่าวว่า “ไม้กฤษณาขายกันเป็นกรัม” ราคาสูงสุดต่อกรัมอาจถึงหลายหมื่นหยวน
เฉียนหนานยิ่งเป็นสุดยอดของไม้กฤษณา ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อได้
ไป๋ฉีหนานยังเป็นชนิดที่หายากที่สุดและราคาแพงที่สุดอีกด้วย
ลูกประคำเฉียนหนานที่ข้อมือของชายคนนี้ มองเผิน ๆ ก็เห็นว่ามีมากกว่าสิบเม็ด แถมเม็ดไม่เล็กเลย เป็นของชั้นยอด
นี่มันของที่มีค่ามหาศาลชัด ๆ
ระหว่างที่เฉินซี่กำลังตื่นตระหนกและไม่แน่ใจอยู่นั้น ใบหน้าของเฉินผีก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาเงยขึ้นมองชายหนุ่มอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะถามว่า “แม่ของเอ็งชื่ออะไร”
ชายหนุ่มได้ยินคำถามของเฉินผี ก็เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีอีกคนนั่งอยู่ตรงข้าม จึงเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ประสานสายตาเรียบเฉยไม่ร้อนไม่เย็นเข้ากับดวงตาของเฉินผี
การปะทะกันของสายตาทั้งคู่ ทำให้จู่ ๆ เหงื่อก็ผุดขึ้นเต็มแผ่นหลังของเฉินซี่ เขาไม่รู้ทำไม แต่มันรู้สึกว่า หลังจากที่ท่านซื่อเอ่ยประโยคนั้นออกไป ท่าทางในแววตาของชายตรงข้ามเหมือนมีความอาฆาตอยู่ราง ๆ
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบาว่า “นับถือจริง ๆ ท่านซื่อแห่งจิ่วเหมิน ในบรรดาคนรู้ใจมากมายยังจำลูกประคำเฉียนหนานเส้นนี้ได้”
เฉินผีกล่าวอย่างสงบว่า “เอ็งเป็นลูกชายข้า”
อะไรนะ
เฉินซี่หันขวับไปมองเฉินผีอย่างไม่อยากเชื่อ ไม่ใช่ ไม่ใช่สิ ท่านซื่อ ตอนไหนกันที่ท่านแอบเอาของมีค่าเบอร์นี้ไปให้คนอื่นโดยไม่บอกข้า ข้าไม่รู้เรื่องเลยได้ยังไง
สายตาของเฉินผีหยุดอยู่ที่ข้อมือของชายหนุ่ม “ลูกประคำเฉียนหนานเส้นนี้ ข้าได้มาจากสุสานแมงป่องแห่งหนึ่ง ตอนนั้น ข้ายกให้คนทางเหนือ”
“เอ็งคือลูกของหูชิง เป็นลูกของข้ากับหูชิง ใช่หรือไม่”
“เฉินเหยียน”
เฉินเหยียนเอียงศีรษะเล็กน้อย วางถ้วยชาในมือลง ก่อนจะก้มมองลูกประคำเฉียนหนานที่ข้อมือ ปลายนิ้วลูบคลำแผ่วเบาพลางกล่าวว่า “ตั้งแต่ข้าจำความได้ แม่ก็สวมลูกประคำเส้นนี้ติดตัว ตอนเด็ก ๆ ข้าอยากดูมากจนร้องไห้ แต่แม่ก็ไม่ยอมให้ดูเลย”
หูชิง: บ้าจริง! ลูกชายคนโต ของนี่มันแพงฉิบหาย ไอ้พ่อใจร้ายของเอ็งทิ้งมรดกไว้ให้ เอ็งจะเอาไปเล่นทำพังไม่ได้นะ แค่ขูดขีดนิดเดียวก็ไม่ได้เด็ดขาด!
เฉินเหยียนเงยหน้าขึ้นมองเฉินผี หลุดหัวเราะเบา ๆ “ท่านซื่อเฉิน เจ้าชู้ไปทั่ว ให้กำเนิดแต่ไม่เลี้ยงดู จะไปทำไมกัน”
เฉินผีกลับสงบนิ่งมาก ราวกับคนที่เฉินเหยียนพูดถึงไม่ใช่ตัวเขา เอนหลังพิงพนัก นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าพูดว่า “ปีนั้นข้ากับแม่เอ็งพูดกันชัดเจนแล้ว แม่เอ็งเป็นคนบอกเองว่าเป็นแค่วาสนาชั่วข้ามคืน แม้ข้าจะไม่ได้บีบบังคับฝืนใจนางให้มากับข้า”
“แต่ข้าก็ให้สิ่งที่ดีที่สุดที่ข้ามีในตอนนั้นแก่นางไป”
“แน่นอน บางทีหลังจากมีเอ็ง หูชิงอาจจะคิดว่าของสิ่งนี้ใช้เลี้ยงดูเอ็ง แต่สำหรับข้า มันก็เป็นแค่ของเล่นที่ข้าให้แม่เอ็งเท่านั้น”
“ข้ากับแม่เอ็งมันก็แค่ถูกใจกันแล้วก็จากกัน ต่างฝ่ายต่างเต็มใจทั้งนั้น”
มองกวาดตามองพรรคพวกโดยรอบแวบหนึ่ง เฉินผีหัวเราะเสียงเย็น “เอ็งก็มีฝีมือดี แม่เอ็งซ่อนเอ็งมานานหลายปี แล้วเอ็งก็ใช้ความอุตส่าห์ของนางหมดเปลืองไปแบบนี้รึ”
เฉินเหยียนได้ยินดังนั้นจึงโบกมือ ลูกสมุนต่างก็เก็บปืนแล้วหันหลังเดินออกไป โถงใหญ่จึงเหลือเพียงสามคน คือ เฉินเหยียนบนที่นั่งประธาน กับเฉินผีที่ถูกจัดให้นั่งตรงกลางหันหน้าเข้าหาเขาโดยเฉพาะ และเฉินซี่ที่ถูกมัดอยู่ด้านหลังเฉินผี
เฉินเหยียนมองเฉินผีอยู่นานกว่าจะพูดว่า “ได้ยินมานานแล้วว่าท่านซื่อเฉินมีนิสัยวิปลาสผิดธรรมดา เจอกันวันนี้ สมคำร่ำลือจริง ๆ”
“ท่านซื่อเฉิน พวกท่านจิ่วเหมินไปสร้างเวรกรรมอะไรไว้”
เฉินผีฟังประโยคนี้ ก็พลันสีหน้าเปลี่ยนเครียดจัด มองเฉินเหยียน “เอ็งเกิดเรื่องอะไร ใคร”
เฉินเหยียนกล่าวอย่างไม่ยี่หระ “ท่านซื่อเฉิน ก็เพราะท่านนั่นแหละ ตอนที่แม่ข้ายังอยู่ นางยังคุ้มครองข้าได้ พอแม่ข้าตายลง ข้าก็ถูกคนตามล่าฆ่า”
ลุกขึ้น แล้วค่อย ๆ เดินไปหาเฉินผี มองเขาแล้วพูดว่า “หลายปีมานี้ ข้าถูกคนไล่ตามฟันอยู่เรื่อย ข้าเบื่อเต็มทีแล้ว”
ก้มตัวลง มือทั้งสองวางราบบนพนักเก้าอี้สองข้างของเฉินผี สบตาเขา แล้วเอ่ยเสียงแผ่ว “ข้าได้ยินว่า จิ่วเหมินมีกฎอยู่ข้อหนึ่ง ใครฆ่าหัวหน้าตระกูลได้ ก็จะขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูลคนใหม่ จริงหรือไม่”
เฉินซี่ร้อนรนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เฉินผีตอบออกมาก่อน “จริง ข้าก็ขึ้นมานั่งตำแหน่งท่านซื่อด้วยวิธีนี้”
“งั้น ถ้าข้าฆ่าท่าน ข้าก็สามารถเป็นท่านซื่อแห่งจิ่วเหมินได้ ใช่ไหม”
เลิกคิ้วขึ้น เฉินผียิ้มออกมา “ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้น เอ็งกลับตระกูลเฉินกับข้า ทุกอย่างของตระกูลเฉินก็เป็นของเอ็ง”
“โอ้ งั้นรึ”
เฉินเหยียนยืดตัวตรง ทำท่าเหมือนกำลังใช้ความคิด “แต่ในมือข้ามีลูกน้อง ข้าจะทิ้งพวกเขาไปลอย ๆ ไม่ได้นี่”
“เรื่องนี้ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ ลูกน้องตระกูลเฉินฆ่าทิ้งสักกลุ่ม พวกลูกน้องของเอ็งก็เข้าไปแทนได้โดยธรรมชาติ”
เฉินซี่ฟังสองพ่อลูกดวลดวลฝีปากกัน ก็รีบหุบปากสนิท
เฉินเหยียนหันหลังให้เฉินผี ยกมือขึ้นใช้ปลายนิ้วคลึงลูกประคำเฉียนหนานที่ข้อมือ เงียบไปนานกว่าจะเอ่ยว่า “ท่านซื่อเฉิน ข้าไม่สนใจกฎเกณฑ์ของจิ่วเหมินพวกท่านหรอก”
“บังเอิญเหลือเกิน สำหรับข้า จิ่วเหมิน ไม่มีกฎเกณฑ์”
น้ำเสียงของเฉินผีราบเรียบ ทว่าที่แววตากลับมีประกายเหมือนอยากลองดี
เด็กคนนี้ ดูท่าว่า น่าจะเก่งกว่าตอนเขาหนุ่ม ๆ
อย่างน้อย ตอนนั้นเขาไม่มีใจเย็นหนักแน่นถึงขนาดนี้
ถูกคนตามล่าฆ่ามาตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่เพิ่งจะมาตามหาเขาเอาตอนนี้
และยังจัดการได้แบบหมัดเดียวตรงเป้า มัดตัวเขามาได้เลยทีเดียว