สองประโยคนี้เผยให้เห็นชัดเจนถึงวิถีของตระกูลซ่ง มีแม่แบบนี้ จะสอนลูกชายให้ไม่ดีได้อย่างไร!
เมื่อสะใภ้ทั้งสองได้ยินเช่นนั้น ก็อดนึกถึงคุณย่าผู้ใจดีและเปี่ยมปัญญาคนนั้นขึ้นมาพร้อมกันไม่ได้ ทั้งคู่สบตากันแล้วยิ้ม ทว่าน้ำตาในดวงตากลับไหลลงมาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว
เมื่อนึกถึงคุณย่า ซ่งจื้อเหว่ยก็มีน้ำตาคลอเบ้าเช่นกัน เขาโอบแม่แท้ ๆ กับอาสะใภ้รองไว้ด้วยกัน “แม่ อาสะใภ้รอง พอเราตามหาหนิวหนิวกลับมาได้ ครอบครัวเราก็จะสมบูรณ์แล้ว
อย่าร้องไห้เลยครับ น้องสาวเก่งมาก เธอเป็นที่รักของคนในหมู่บ้าน เด็ก ๆ ในหมู่บ้านต่างก็ชอบเธอ เรียกเธออย่างสนิทสนมว่าพี่สาวหลิน ส่วนครอบครัวหัวหน้าทีมก็เลี้ยงดูเธอเหมือนลูกสาวแท้ ๆ มีของดีอะไรหน่อยก็คิดถึงเธอเสมอ และเธอเองก็รู้จักตอบแทนน้ำใจ ไม่เคยบกพร่องเรื่องนี้เลยครับ
ถึงน้องสาวจะไม่ได้เติบโตอยู่ข้างกายพวกเรา แต่เธอก็โชคดีมาก ท่านปู่หลินรักและเลี้ยงดูเธอราวกับหลานแท้ ๆ พอเธอกลับมาบ้านนี้ พวกเราจะรักเธอให้มากเป็นสองเท่า ชดเชยทุกสิ่งที่ติดค้างเธอมาตลอดหลายปีให้หมด ดีไหมครับ?”
สะใภ้ทั้งสองพยักหน้าพร้อมกัน “ดี จะรักและตามใจเธอให้มากเป็นสองเท่า!”
กริ๊ง ๆ ๆ!!!
โทรศัพท์บ้านในห้องรับแขกดังขึ้น เวลานี้ซ่งชิงชวนรู้สึกประหม่ายิ่งกว่าตอนลงสนามรบครั้งแรกเสียอีก เขาขยับลุกขึ้นหลายครั้งแต่ก็ยืนไม่ไหว ซ่งซานเย่เห็นเขาประหม่าเสียขนาดนั้น จึงรีบลุกไปรับโทรศัพท์แทน
