มองดูแววตาเปี่ยมความหวังและเฝ้ารอ หลินหว่านหนิงยิ้มอย่างเรียบเฉย “ได้! ทุกคนเดินทางมาเหนื่อยกันแล้ว ฉันกับปู่จะไปทำอาหารให้กิน”
แม้หลินหว่านหนิงจะตอบตกลง แต่ใคร ๆ ก็มองออกว่าดวงตาของเธอยังคงมีระยะห่าง หลี่เสวี่ยหัวเจ็บปวดใจ น้ำตาจึงไหลลงมาอีกครั้ง
ซ่งชิงชวนโอบไหล่เธอไว้ “ภรรยา อย่าเป็นแบบนี้สิ ลูกสาวก็เจอแล้ว จะทำให้หัวใจเธออบอุ่นได้เมื่อไรก็แค่เรื่องของเวลาไม่ใช่หรือ!”
หลี่เสวี่ยหัวพยักหน้า “อืม คุณพูดถูก ฉัน...ฉันจะไปทำอาหารกับลูกสาว”
ที่จริง ตอนหลินหว่านหนิงหันหลังกลับ เธอมองเห็นความเศร้าของหลี่เสวี่ยหัว ไม่ใช่ว่าเธอไม่แยแส เพียงแต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะจัดการกับความสัมพันธ์นี้อย่างไร เธอไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม จึงไม่ได้โหยหาความผูกพันทางสายเลือดเหล่านี้
ท่านปู่หลินเรียกหลี่เสวี่ยหัวไว้ “เธอไม่ต้องลงมือหรอก บ้านนอกอย่างพวกเราใช้เตาใหญ่กัน เดี๋ยวฉันไปเอง พวกเราทำอะไรกินง่าย ๆ แล้วรีบพักผ่อนกันเถอะ
มีอะไรค่อยคุยกันยาว ๆ พรุ่งนี้!”
หลินหว่านหนิงลงมืออย่างรวดเร็ว นวดแป้งเต็มกะละมังแล้วทำแป้งแผ่นทอดต้นหอม
ท่านปู่หลินผัดมันฝรั่งเส้นรสเปรี้ยวเผ็ดหนึ่งจาน แล้วทำหมูสามชั้นตุ๋นผักกาดขาวกับวุ้นเส้นอีกอย่าง
กับข้าวมีไม่มากแต่ปริมาณเยอะ ทุกคนจึงกินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ บ้านหลังเล็กของตระกูลหลินอยู่กันไม่พอ หลินหว่านหนิงจึงไปหาหัวหน้าทีม จัดให้คนขับรถสองคนกับซ่งจื้อเหว่ยไปพักที่บ้านของพวกเขา
