ทั้งสองเอนกายพิงกันอยู่ในถ้ำ พูดคุยบอกเล่าเรื่องราวในอดีตของแต่ละคนด้วยเสียงแผ่วเบา
เย่ลั่วไม่ได้พูดถึงความลับเรื่องการเวียนว่ายเกิดใหม่ของตน เพราะเรื่องนั้นเหลือเชื่อเกินไป เขาเพียงบอกว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นคุณชายใหญ่แห่งตระกูลเย่ หลังถูกขับออกจากตระกูลก็ได้พบวาสนาโดยบังเอิญ จึงเริ่มต้นเส้นทางบำเพ็ญเพียร
หลังฟังเรื่องราวของหลงซิงโหรว เย่ลั่วจึงเข้าใจว่าแท้จริงแล้วนางเป็นศิษย์ที่เหมียวเฟิ่งหวงให้ความสำคัญที่สุด และเป็นคนที่คุณชายหมาคังผู้นั้นต้องการบังคับแต่งงานด้วย นางเดินทางมายังเบื้องล่างผาอินโฉวเพียงลำพัง ก็เพื่อหลบหนีการแต่งงานครั้งนี้
เมื่อรู้ว่าเหมียวเฟิ่งหวงไม่สนใจความประสงค์ของหลงซิงโหรวแม้แต่น้อย ทั้งยังบังคับนางให้แต่งงานกับหมาคัง เย่ลั่วก็รู้สึกรังเกียจอยู่ในใจ
หลังออกจากที่นี่ เขาตั้งใจว่าจะหาโอกาสถอนกู่ร่วมจิตที่อยู่ในร่างเจียงหวยอัน แล้วสั่งสอนเหมียวเฟิ่งหวงให้รู้สำนึกเสียบ้าง
“ท่านพี่” หลงซิงโหรวซบอยู่ในอ้อมแขนของเย่ลั่ว ใบหน้าฉายแววกังวลเล็กน้อย “ข้าไม่ขัดข้องหากท่านจะถอนกู่ร่วมจิตจากร่างท่านอาเจียง อย่างไรเสียเขาก็เปลี่ยนใจไปแล้ว แต่ช่วยอย่าทำร้ายอาจารย์ของข้าได้ไหม?”
“ข้ากำพร้าบิดามารดาตั้งแต่ยังเล็ก อาจารย์เป็นผู้เลี้ยงดูข้าจนเติบใหญ่ แม้ครั้งนี้นางจะใจร้ายกับข้าไปบ้าง แต่ก็ทำเพื่อสำนัก ข้าไม่อยากเห็นนางได้รับอันตรายจริง ๆ”
เย่ลั่วลูบเส้นผมของนางอย่างอ่อนโยน แล้วพยักหน้าเล็กน้อย “ซิงโหรว วางใจเถอะ ต่อให้ฝืนถอนกู่ นางก็แค่ถูกพลังสะท้อนกลับเล็กน้อย ไม่ถึงกับบาดเจ็บถึงรากฐาน พักฟื้นสักระยะก็หาย หากนางยอมให้ข้าถอนกู่ในร่างของนางไปพร้อมกัน ก็จะไม่บาดเจ็บแม้แต่น้อย”
