ใกล้ยามจื่อ
เย่ลั่วเปลี่ยนกลับมาสวมชุดปลอมตัวเป็น “เทพหยั่งรู้เย่หุนหวง” แล้วเดินฝ่าราตรีกลับไปยังคลินิกหวงหุน ทว่าเมื่อเห็นเงาร่างสองสายยืนอยู่หน้าคลินิก เขาก็หยุดฝีเท้าลง
เสิ่นชิงเฉี่ยนยืนกำมือแน่นอยู่หน้าประตูคลินิกที่ปิดสนิท สีหน้าเต็มไปด้วยความร้อนใจ
เรือนร่างบอบบางของนางดูอ้างว้างเป็นพิเศษท่ามกลางราตรี สายตาเฝ้ามองหัวมุมถนนอันมืดสลัวครั้งแล้วครั้งเล่า แววตาเปี่ยมความคาดหวังราวกับกำลังวาดภาพเงาร่างพร่าเลือนทุกสายที่เดินออกมาจากความมืด ให้กลายเป็นคนที่นางเฝ้ารออยู่ในใจ
ราตรีแต่งแต้มชายกระโปรงสีขาวสะอาดของนาง ขณะที่แสงไฟถนนสีเหลืองนวลสาดลงมาปกคลุมร่างอย่างนุ่มนวล
ยามนี้นางดูราวกับดอกบัวขาวที่ผลิบานเงียบงันเหนือผืนน้ำสีหม่น งดงามปนเศร้าและชวนให้ใจหวั่นไหว
ไม่ไกลจากนาง เสิ่นเจี้ยนเฟยนั่งอยู่บนแท่นหินเย็นเฉียบอย่างเบื่อหน่าย มือข้างหนึ่งเท้าคาง สายตาเหม่อลอย ตรงกันข้ามกับความกังวลที่แทบล้นทะลักออกมาจากน้องสาวอย่างสิ้นเชิง
เย่ลั่วเต็มไปด้วยความสงสัย เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดเสิ่นชิงเฉี่ยนจึงมารออยู่ที่นี่กลางดึก
หรือว่า...นางจะรู้แล้วว่าตัวเขาคือชายชุดดำที่เคยช่วยนางไว้หลายครั้ง?
พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา หัวใจของเขาก็พลันกระตุก นึกถึงสายตาที่เสิ่นชิงเฉี่ยนใช้ซักถามเรื่องค่ารักษาหลังจากเขารักษาบาดแผลให้เสิ่นเจี้ยนเฟยเมื่อคืนก่อน สายตานั้นมุ่งมั่นผิดปกติ ราวกับมองทะลุการปลอมตัวของเขาได้...ความไม่สบายใจค่อย ๆ แผ่ซ่านขึ้นมา
เขายืนนิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ ในที่สุด
