หนึ่งก้านธูปต่อมา น้ำยาในกระถางเริ่มเดือดพล่าน กลายเป็นสีแดงคล้ำร้อนระอุราวกับลาวา กลิ่นหอมเข้มข้นของตัวยาแผ่กระจายไปทั่วถ้ำ สูดแล้วชื่นใจ
เมื่อเวลาผ่านไป น้ำยาก็ข้นหนืดราวน้ำผึ้ง ระหว่างที่เดือดปุด ๆ มีประกายดาวระยิบระยับลอยขึ้นลง เหนือผิวน้ำราวหนึ่งฉื่อ ไอร้อนกลับควบแน่นเป็นเงามังกรมีเขาที่เลือนรางตัวหนึ่ง วนเวียนไปมาไม่หยุด
เมื่อเห็นว่าอ่างยาเตรียมพร้อมแล้ว เย่ลั่วสูดหายใจลึก ถอดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว กัดฟันแน่น แล้วก้าวลงไปในกระถางอย่างเด็ดเดี่ยว
ทันทีที่เท้าสัมผัสน้ำยา เขาก็รู้สึกราวกับเหยียบลงไปในเหล็กหลอมละลาย ผิวหนังแดงก่ำในพริบตา หยาดเลือดเม็ดเล็ก ๆ ซึมออกจากรูขุมขน แต่กลับถูกฤทธิ์ยาที่เดือดพล่านระเหยไปทันที
จากนั้น ความรู้สึกแสบร้อนราวกับใจจะขาดก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ราวกับมีเข็มเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนที่ถูกเผาจนแดงแทงทะลุรูขุมขนเข้าไปในเนื้ออย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้เขาอดส่งเสียงคำรามด้วยความทรมานไม่ได้
แรงกระตุ้นที่อยากหนีออกไปเดี๋ยวนั้นแทบจะบดขยี้สติของเขา แต่เขากัดฟันแน่น เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน อาศัยความมุ่งมั่นที่อยากแข็งแกร่งขึ้นในใจ ฝืนกดร่างให้จมลึกลงไป จนกระทั่งจมมิดในน้ำยา
เมื่ออุณหภูมิน้ำค่อย ๆ เย็นลง เขาจึงกระโดดออกจากกระถาง
เติมฟืนก่อไฟอีกครั้ง รอจนน้ำยาเดือดแล้ว เขาก็กระโจนลงไปใหม่อย่างไม่ลังเล
ทำเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมา ทุกครั้งที่ก้าวลงไปอีกครั้งแทบต้องใช้ความกล้าทั้งหมดที่มี แต่เขายังคงรักษาจิตใจให้แจ่มชัด อดทนต่อความเจ็บปวดราวถูกแทงลึกถึงกระดูกซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนลืมแม้กระทั่งเวลาที่ผ่านไป
สามวันต่อมา
เย่ลั่วจำไม่ได้แล้วว่าต้องผ่านความเจ็บปวดแสนสาหัสมากี่ครั้ง ตอนนี้เขานั่งขัดสมาธิอยู่ในกระถางสามขา แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บอีกแม้แต่น้อย มีเพียงความอบอุ่นแผ่ไปทั่วร่าง ราวกับกำลังแช่อยู่ในธารวิญญาณอันนุ่มนวล
