ราตรีโรยรา แสงจันทร์สาดส่องดุจสายน้ำ
เสิ่นชิงเฉี่ยนยืนพิงขอบหน้าต่างเพียงลำพัง มองความมืดมิดนอกหน้าต่าง ความคิดคำนึงทั้งหมดล่องลอยไปหาบุรุษผู้ทำให้เธอเฝ้าคะนึงหา
แสงจันทร์คืนนี้ช่างคล้ายกับเมื่อสิบกว่าวันก่อนเหลือเกิน เธอปรารถนาเพียงให้คนในใจปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหันอีกครั้ง
ขณะที่เธอกำลังจมอยู่ในห้วงคิดถึง เงาร่างหนึ่งก็วูบไหวขึ้นตรงหน้าต่าง ใบหน้าหล่อเหลาและดูสบายตาที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นตรงหน้า เขายังคงดูเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้ากลับทำให้รู้สึกอุ่นใจ
เสิ่นชิงเฉี่ยนจ้องมองเขาอย่างเหม่อลอย แววตาเป็นประกายร้อนแรง ราวกับต้องการสลักภาพของคนตรงหน้าไว้ในส่วนลึกของกระดูก
ผ่านไปเนิ่นนาน เธอก็ก้มหน้าลง พึมพำเสียงเบา “ถ้าเป็นเรื่องจริงก็คงดี...”
คำพูดนั้นราวกับเข็มเล่มเล็ก ๆ ทิ่มแทงหัวใจเย่ลั่วเบา ๆ ขอบตาของเขาแดงก่ำขึ้นในพริบตา ชั่วขณะนี้เอง เขาจึงสัมผัสได้อย่างแท้จริงว่าตนมีความสำคัญเพียงใดในใจเสิ่นชิงเฉี่ยน
เขาไม่อาจข่มกลั้นความรู้สึกในใจได้อีกต่อไป จึงกระโดดเข้ามาทางหน้าต่างโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ก่อนจะโอบกอดหญิงสาวที่ทำให้เขาปวดใจไว้แนบอก
เมื่ออ้อมแขนอันแข็งแรงของเย่ลั่วโอบรัด และสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างเขา เสิ่นชิงเฉี่ยนจึงได้สติราวกับตื่นจากฝัน ในที่สุดก็แน่ใจว่าทุกสิ่งตรงหน้าไม่ใช่ความฝัน
เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาฉ่ำวาวด้วยหยาดน้ำ จ้องมองเขาอย่างลึกซึ้งโดยไม่เอ่ยคำใด เพียงเขย่งปลายเท้าแล้วจูบเขา
จู่ ๆ ก็มีบางอย่างรบกวนความรู้สึกบริเวณท้องน้อย เธอผละออกอย่างตกใจ แล้วมองชายตรงหน้าด้วยสีหน้าฉงน
เย่ลั่วยิ้มน้อย ๆ ก่อนพยักหน้ายืนยันสิ่งที่เธอคาดเดา
เมื่อได้รับคำตอบ เสิ่นชิงเฉี่ยนก็ใจเต้นระรัว ดวงตาคู่งามเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำแห่งความยินดี ความอ่อนโยนที่เต็มหัวใจแปรเปลี่ยนเป็นการตอบรับอย่างเงียบงัน ก่อนเธอจะเป็นฝ่ายจูบเขาอีกครั้ง
......
หลังผ่านพ้นห้วงรักอันเร่าร้อน
เสิ่นชิงเฉี่ยนซบอยู่ในอ้อมแขนเย่ลั่ว พวงแก้มยังคงแดงระเรื่อ ความสุขเอ่อล้นอยู่ในใจ การรอคอยและความทุกข์ทรมานที่ผ่านมา บัดนี้ล้วนคุ้มค่าแล้ว
