บทที่ 68 น่าตื่นตะลึงจนเหลือเชื่อ
ทั่วทั้งลาน มีเพียงชิงหลัวที่ยังคงสงบนิ่ง
ใต้ผ้าคลุมหน้าสีขาว มุมปากของนางยกขึ้นน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น นางรู้ดีว่าฝีมือของหัวหน้ากลุ่มลึกล้ำเกินหยั่งคาด ส่วนถูเซิ่งที่ดูดุดันคนนั้น เกรงว่าจะรับหมัดของหัวหน้ากลุ่มได้ไม่แม้แต่หมัดเดียว
ถูเซิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้าหัวเราะลั่นราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก “ฮ่า ๆ ๆ! ไอ้เด็กไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำมาจากไหน ขนยังขึ้นไม่ครบก็ริอาจทำตัวเป็นวีรบุรุษแล้วหรือ? รู้ไหมว่าข้าเป็นใคร?”
เย่ลั่วสีหน้าไร้อารมณ์ ชูนิ้วขึ้นสามนิ้ว น้ำเสียงเย็นยะเยือก “ข้าจะนับถึงสาม ถ้าไม่คืนของก็ต้องตาย!”
“สาม...”
“สอง...”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ถูเซิ่งก็เดือดดาลจนทนไม่ไหวต่อการดูแคลนอย่างโจ่งแจ้งนี้
“ไอ้สารเลว แกหาที่ตายเอง!”
เขาคำรามลั่น พลังภายในขั้นตี้ระยะแรกปะทุออกมาอย่างเกรี้ยวกราด หมัดขวาพุ่งแหวกสายลมอันดุดัน กระแทกเข้าใส่หน้าอกของเย่ลั่วราวกับกระสุนปืนใหญ่!
หมัดนี้เขาใช้พลังไปแล้วเจ็ดส่วน ตั้งใจข่มขวัญให้ทุกคนเห็นเป็นตัวอย่าง และหมายสังหารไอ้เด็กอวดดีที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำตรงนั้นให้ตายคาที่!
“ปัง!”
เสียงทึบดังสนั่น คลื่นลมปั่นป่วน พัดฝุ่นบนพื้นให้ฟุ้งกระจาย
ขณะที่ทุกคนคิดว่าเย่ลั่วคงปลิวกระเด็นออกไปราวกับกระสอบขาด ๆ กลับได้เห็นภาพที่เหนือความคาดหมายอย่างสิ้นเชิง แทบไม่น่าเชื่อสายตา
เย่ลั่วยังคงยืนมั่นคงอยู่กับที่ราวกับโขดหิน แม้แต่ชายเสื้อก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย กลับเป็นถูเซิ่งที่ลงมือโจมตี ถูกแรงสะท้อนจากหมัดกระแทกจนถอยกรูดไปหลายก้าว กว่าจะฝืนยืนได้อย่างมั่นคง
