หลิวฮุ่ยซานนั่งรออยู่เงียบ ๆ เมื่อเห็นเย่ลั่วมาถึงก็รีบลุกขึ้นต้อนรับ
ครั้นเห็นยาเสวียนยกระดับสามสิบเม็ดกับยาตี้หลิงหกเม็ดที่เปล่งประกายระยิบระยับและส่งกลิ่นหอม เขาก็เผยแววตาตื่นเต้นขึ้นมาทันที มือทั้งสองสั่นเล็กน้อย
“ฝีมือปรุงยาของคุณชายเย่เรียกได้ว่าราวกับเทพเจ้าสรรค์สร้าง... คนชราอย่างข้าได้ติดตามคุณชาย นับเป็นวาสนาที่สั่งสมมาถึงสามชาติ!” เขาเก็บขวดหยกอย่างระมัดระวัง ก่อนค้อมคำนับเย่ลั่วอย่างนอบน้อม น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความเคารพ
เย่ลั่วยิ้มบาง ๆ พลางยกมือขึ้นห้าม “เถ้าแก่หลิว ไม่ต้องมากพิธี ในเมื่อเราเดินบนเส้นทางเดียวกันแล้ว ข้าย่อมไม่เอาเปรียบคนที่ตั้งใจทำงาน”
“ขอบคุณคุณชาย!”
หลิวฮุ่ยซานขานรับอย่างนอบน้อม ลังเลอยู่ครู่หนึ่งราวกับนึกบางอย่างขึ้นได้ ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “คุณชายเย่ อีกไม่ถึงหนึ่งปีก็จะถึงงานประลองยุทธ์ของเหล่ายอดอัจฉริยะ ซึ่งจัดขึ้นทุกห้าปีในยุทธภพโบราณแล้ว พวกเราควรเตรียมตัวไว้หรือไม่?”
“อ้อ งานประลองยุทธ์ของเหล่ายอดอัจฉริยะหรือ?”
เย่ลั่วยกคิ้วเล็กน้อย เพียงฟังชื่อก็รู้ว่าเป็นงานประลองที่สำนักต่าง ๆ ร่วมกันจัดขึ้น
แม้ในโลกบำเพ็ญเซียนจะมีการประลองระหว่างสำนักอยู่มากมาย แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการปิดประตูให้คนในสำนักประลองฝีมือกันเอง แทบไม่มีงานประลองที่สำนักต่าง ๆ ร่วมมือกันจัดเช่นนี้ เพราะไม่มีใครอยากเปิดเผยไพ่ตายของตนให้ผู้อื่นเห็น
เขาสนใจขึ้นมาทันที จึงถามต่อว่า “เล่าให้ฟังหน่อย งานนี้มีกฎเกณฑ์อย่างไร? มีเงื่อนไขเข้าร่วมแบบไหน? แล้วมีผลประโยชน์อะไรบ้าง?”
หลิวฮุ่ยซานกระแอม ก่อนอธิบายอย่างละเอียดว่า “งานนี้จัดขึ้นโดยหกสำนักใหญ่ร่วมกัน จุดประสงค์แรกเริ่มคือกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ขยันฝึกฝนวิชาและสืบทอดมรดกของสำนัก อีกทั้งยังใช้การจัดอันดับแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแต่ละสำนัก ผู้เข้าแข่งขันต้องมีอายุต่ำกว่า 35 ปี ผู้ที่ติดอันดับ 30 คนแรกจะได้รับรางวัล โดยหกสำนักใหญ่เป็นผู้จัดเตรียมร่วมกัน”
