ชายร่างผอมแห้งหัวเราะหึ ๆ พลางตบอกยืนยันว่า “พี่จิงวางใจได้! ข้าสืบเรื่องนี้จนกระจ่างแล้ว ล้วนเป็นครอบครัวยากจนแถบชนบทที่หมดหนทางทำมาหากิน จึงอยากอาศัยช่องทางนี้แลกเงินมาประทังชีวิตเท่านั้น”
“พี่ก็รู้ว่า หกสำนักใหญ่ประกาศห้ามเรื่องสกปรกเช่นนี้อย่างชัดเจนต่อหน้าสาธารณชน คนที่รู้ข่าวนี้จึงมีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำที่ไว้ใจกันได้คอยบอกต่อเป็นการส่วนตัว ข้าเองก็ได้ข่าวมาเพราะอาศัยเส้นสายจากสหาย”
“ฮ่า ๆ! ดีมาก! ที่จวนข้ากำลังขาดสาวใช้สาววัยเยาว์ที่คล่องแคล่วอยู่สองคน ขอบคุณพี่หลิวที่บอกข่าวดีนี้แก่ข้า ไว้พวกเราสองคนค่อยออกเดินทางไปด้วยกัน เอ้า ดื่มให้หมด!” ชายร่างกำยำแซ่จิงหมดความกังวล ยกจอกขึ้นทันที
เย่ลั่วฟังบทสนทนานั้นแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรังเกียจและโกรธเกรี้ยวพลันเอ่อขึ้นในใจ
เขารู้ดีว่าใต้ยุทธภพที่ดูสงบสุขแห่งนี้ ซุกซ่อนกิจการโสมมเช่นนี้อยู่นับไม่ถ้วน แต่ด้วยกำลังของเขาเพียงคนเดียว ย่อมยากจะกำจัดให้หมดสิ้น
ท่ามกลางความเดือดดาล สิ่งที่เขาใส่ใจยิ่งกว่าคือคำว่า “ตลาดมืดอูซาน” ที่อีกฝ่ายเอ่ยถึง
ตลาดใต้ดินที่ไม่อาจเปิดเผยแห่งนี้ปะปนไปด้วยคนทุกประเภท มักมีสิ่งของที่คาดไม่ถึงปรากฏขึ้น บางทีอาจมีของที่เขาต้องการก็ได้
เขาจึงโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วถามหลิงเลี่ยที่นั่งข้างกายเสียงเบาว่า “พี่ใหญ่รู้ตำแหน่งที่แน่ชัดของ ‘ตลาดมืดอูซาน’ หรือไม่?”
หลิงเลี่ยได้ยินดังนั้น แววตาก็ฉายความเข้าใจ เขาอยู่ที่คุนหลุนมานาน ย่อมเคยได้ยินเรื่องสถานที่ที่คนหลากหลายแวะเวียนไปมาเช่นนี้
