เย่ลั่วเพิ่งกลับถึงหมู่บ้านอู๋ซาน หลงซิงโหรวก็โผเข้าหาเขาราวกับนกนางแอ่นคืนรัง ก่อนจะกอดเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย พลางพร่ำบอกถึงความคิดถึงและความเป็นห่วงตลอดหลายวันที่ผ่านมา
แม้ต้องจากกันเพียง 10 วัน เย่ลั่วเองก็ห่วงหาเธออยู่ไม่น้อย
ทั้งสองได้ใกล้ชิดกันอยู่ครู่หนึ่ง เย่ลั่วลูบเรือนผมของเธอเบา ๆ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ซิงโหรว ต่อจากนี้ฉันจะไปตามหาหญ้าวิญญาณ หลังจากค้นทั่วดินแดนเหมียวเจียงแล้ว ไม่ว่าจะได้อะไรกลับมา ฉันก็ต้องกลับเยี่ยจิงก่อนสักครั้ง”
“เดิมทีฉันคิดจะพาเธอกลับไปด้วย แต่ที่เยี่ยจิงยังมีศัตรูอยู่บ้าง ถ้าเธอตามไปด้วย เกรงว่าจะเป็นอันตราย ช่วงนี้อยู่ที่นี่ไปก่อน รอฉันจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่อยมารับเธอนะ!”
พอได้ยินเช่นนั้น หลงซิงโหรวก็ร้อนใจขึ้นมาทันที เธอคว้าแขนเสื้อของเขาไว้แน่นแล้วพูดอย่างกระวนกระวายว่า “ท่านพี่ ให้ข้าไปกับท่านด้วยเถอะ! ข้าเป็นห่วงความปลอดภัยของท่าน มีคนไปด้วยอีกคนก็ช่วยดูแลกันได้”
เย่ลั่วส่ายหน้าเบา ๆ แล้วอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “พวกนั้นมีคนมากและกำลังแข็งแกร่ง ต่อให้ฉันไปคนเดียว หากสู้ไม่ไหวก็ยังหนีได้ทุกเมื่อ ตอนนี้ฉันฝึกกายจนได้ผลอยู่บ้างแล้ว ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเทียน ฉันก็มั่นใจว่าจะถอยออกมาได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องเป็นห่วง รอฉันอยู่ที่นี่อย่างสบายใจเถอะ พอจัดการธุระที่เยี่ยจิงเสร็จ ฉันจะกลับมารับเธอแน่นอน ได้ไหม?”
หลงซิงโหรวก้มหน้าลงอย่างน้อยใจ แล้วเงียบไปเนิ่นนาน
เธอเองก็เข้าใจดีว่าหากอยู่ข้างเย่ลั่ว มีแต่จะเป็นภาระให้เขา แม้จะอาลัยอาวรณ์เพียงใด สุดท้ายก็ยังพยักหน้ารับเบา ๆ
ยามนี้หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ได้แต่โทษตัวเองที่ฝึกฝนยังไม่สูงพอ จึงไม่อาจแบ่งเบาภาระให้สามีได้
......
เยี่ยจิง ภายในห้องประชุมของตระกูลหลี่
หลี่ไจ้หมิง ประมุขตระกูล นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานด้วยสีหน้าเคร่งขรึม สมาชิกคนสำคัญของตระกูลหลี่กว่าสิบคนนั่งอยู่ทั้งสองฝั่ง และหลี่รั่วหานก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
“เรื่องหมู่บ้านเฮยซาน สืบจนกระจ่างแล้วหรือยัง?” หลี่ไจ้หมิงกวาดตามองทุกคน ก่อนถามเสียงเข้ม
