“ได้ยินหรือยัง? หลังจากเย่ลั่วถูกตระกูลขับไล่ออกมา ตอนนี้ยากจนจนต้องกินหญ้าแล้ว...”
ในโรงอาหารมหาวิทยาลัยเยี่ยจิง มีกลุ่มนักศึกษาหญิงนั่งล้อมโต๊ะ กินมื้อเช้าไปพลางกระซิบคุยกันไปพลาง นักศึกษาหญิงผมสั้นคนหนึ่งโน้มตัวเข้ามาอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ ก่อนลดเสียงลงพูด
“ไม่จริงมั้ง? เกินไปแล้วหรือเปล่า?” นักศึกษาหญิงสวมแว่นที่นั่งข้าง ๆ เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ช้อนในมือหยุดค้างกลางอากาศ
“จริงแท้แน่นอน!” นักศึกษาหญิงผมสั้นตบโต๊ะอย่างหนักแน่น
“หลินปิงปิงจากห้องสามเห็นกับตา เมื่อคืนเธอไปเดินเล่นที่ทะเลสาบเยี่ยนสุ่ย แล้วเห็นเย่ลั่วถอนหญ้าต้นหนึ่งริมทะเลสาบตรงภูเขาจำลองขึ้นมา ก่อนจะกัดกินทันที หญ้าต้นนั้นสูงถึงเข่า เขากินตั้งแต่ใบยันรากจนเกลี้ยง แม้แสงไฟจะค่อนข้างสลัว แต่หลินปิงปิงยืนยันว่าเป็นเย่ลั่วแน่นอน”
นักศึกษาหญิงสวมแว่นสูดปากด้วยความตกใจ สีหน้าเจือความเวทนา “น่าอนาถเกินไปแล้ว... จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าเขาน่าสงสารมาก”
“ฮึ!” นักศึกษาหญิงผมหยิกที่นั่งฝั่งตรงข้ามเบ้ปากอย่างดูแคลน แววตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
“คนที่น่าสงสารย่อมมีเหตุให้น่าชัง ถ้าเมื่อก่อนเขาไม่วางอำนาจบาตรใหญ่ แถมยังทำให้คุณหนูตระกูลเสิ่นมัวหมอง เขาจะตกอยู่ในสภาพนี้หรือ? คนแบบนี้ไม่ควรค่าแก่ความสงสารเลย”
“พูดถึงเสิ่นชิงเฉี่ยน เธอเป็นดาวเด่นของคณะเราตั้งแต่ปีหนึ่งเลยนะ สวยขนาดนั้น น่าเสียดายจริง ๆ...” นักศึกษาหญิงสวมแว่นเอ่ยคล้อยตามเสียงเบา
“ชู่...” นักศึกษาหญิงผมสั้นรีบยกนิ้วชี้แตะริมฝีปาก แล้วกวาดตามองรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง “เบาเสียงหน่อย นั่นคุณหนูจากตระกูลใหญ่ พูดผิดไปจะหาเรื่องเดือดร้อนเอาได้”
