เย่ลั่วรับช่วงเสนอราคาต่อจากชิงหลัวทันที น้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง
แต่เขาไม่กล้าเพิ่มราคาสูงเกินไป ทำได้เพียงเริ่มเสนอราคาตามขั้นต่ำ เพราะยังต้องรอเงินจากหลี่รั่วหานโอนเข้ามา
เพื่อปกปิดความกระอักกระอ่วน เขาจงใจหันไปพูดคุยหัวเราะกับชิงหลัวและหลิงเลี่ยด้วยท่าทีสบาย ๆ ก่อนเอ่ยว่า “ดูท่าวันนี้งานประมูลจะสนุกกว่าที่คิดไว้เสียอีก”
ทว่าแสร้งทำเป็นใจเย็นก็ไม่ช่วยอะไร ฟู่ชิงเซียวสังเกตเห็นว่าฝั่งเย่ลั่วเพิ่มราคาในแต่ละครั้งน้อยลงมาก จึงเดาได้ทันทีว่าเงินของอีกฝ่ายเริ่มขาดมือ มุมปากอดยกยิ้มเยาะขึ้นมาไม่ได้
“หกหมื่นเจ็ดพันล้าน!”
“หกหมื่นเจ็ดพันหนึ่งร้อยล้าน!”
......
เวลาไหลผ่านไปทีละวินาทีท่ามกลางความอึดอัด
ทุกครั้งที่เย่ลั่วเสนอราคา เขาจะกะจังหวะให้ตรงกับตอนที่จางหว่านเอ๋อร์เร่งรัดพอดี วิธีประมูลแบบถ่วงเวลาเช่นนี้ทำให้ผู้คนในงานต่างกระสับกระส่าย บางคนถึงกับเริ่มสบถเสียงเบา
ในช่วงเวลาตึงเครียดนั้นเอง เสียง “ติ๊ง” ดังขึ้น โทรศัพท์ของเย่ลั่วได้รับแจ้งเตือนว่าเงินเข้าบัญชีแล้ว เขาก้มมอง ก่อนจะพบว่าเป็นเงินถึงหนึ่งหมื่นห้าพันล้าน!
เห็นได้ชัดว่านี่คือเงินที่หลี่รั่วหานพยายามรวบรวมมาให้เขาจนสุดกำลัง เมื่อนึกถึงความทุ่มเทของนาง เย่ลั่วก็รู้สึกอบอุ่นในใจ
เมื่อมีเงินก้อนโตถึงแปดหมื่นล้านอยู่ในมือ เย่ลั่วก็มั่นใจขึ้นทันที เขาไม่ลังเลอีกต่อไป แล้วประกาศราคาเสียงดังว่า “เจ็ดหมื่นห้าพันล้าน!”
เสียงทุ้มกังวานสะท้อนไปทั่วโถงใหญ่ สะเทือนจนจิตใจของทุกคนไหววูบ
บรรยากาศในงานเงียบกริบ ผู้คนต่างตกตะลึงกับการเพิ่มราคาครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
ครู่หนึ่งต่อมา เสียงกระซิบกระซาบก็ดังขึ้นทั่วงาน ไม่มีใครคาดคิดว่าเย่ลั่วจะเพิ่มราคาทีเดียวถึงห้าพันล้าน หลังจากทั้งสองฝ่ายยื้อกันอยู่นาน
ฟู่ชิงเซียวเคยคิดว่าเจ็ดหมื่นล้านคือขีดจำกัดของเย่ลั่ว เตรียมฉลองชัยชนะอยู่แล้ว แต่กลับถูกการโต้กลับครั้งนี้เล่นงานจนตั้งตัวไม่ทัน
