เมื่อรู้ว่าเหลียนปั้นเสวี่ยปลอดภัยดี ฟอล์กเนอร์ผู้น้อยก็คลายใจลงเล็กน้อย
วินาทีต่อมา แววตาเขาพลันเหม่อลอย ความเสียใจที่ยากจะบรรยายเอ่อคลออยู่ในดวงตา “แต่มีคนตายตั้งมากมาย นายหญิงคงเสียใจมากแน่ ๆ”
หลานชายเล่าให้พ่อบ้านชราฟังว่า เมื่อเช้าตรู่วันนี้ เหลียนปั้นเสวี่ยแอบเรียกคนหนุ่มสาว รวมทั้งตัวเขาไปพบ แล้วมอบเงินก้อนโตให้ พร้อมฝากงานอย่างหนึ่งแก่พวกเขา
งานที่ว่าประหลาดมาก นางให้พวกเขาหาทางพาคนในฟาร์มออกไปเที่ยวให้ได้ และต้องทำก่อนมื้อค่ำ
ตอนนั้นฟอล์กเนอร์ผู้น้อยคิดว่า นี่ไม่ใช่การแกล้งกันหรอกหรือ ทหารยามเฝ้าเมืองจะยอมปล่อยผ่านได้อย่างไร
พอกลับมาถึงจึงรู้ว่าเหลียนปั้นเสวี่ยจัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ต่อให้คนหลายพันคนพากันออกไปพร้อมกัน ทหารยามก็จะทำเป็นมองไม่เห็น
นี่เองเป็นเหตุผลที่พ่อบ้านชราพาคนทั้งครอบครัวออกไปได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ถูกซักถามแม้แต่น้อย
ตอนนั้นพวกเขายังคิดว่าเป็นเพราะเห็นแก่หน้าฟอล์กเนอร์
แต่เหลียนปั้นเสวี่ยคำนวณพลาด นางไม่ควรคิดว่าจะเกลี้ยกล่อมทุกคนให้ออกจากบ้านได้ด้วยคนหนุ่มสาวกลุ่มเดียว
ความจริงแล้วก็เกือบจะเกลี้ยกล่อมสำเร็จ
พวกคนหนุ่มสาวช่วยกันคิดแผนจัดทริป ใช้เงินเป็นเหยื่อล่อ คนในฟาร์มไม่น้อยใจเต้นและตอบตกลง
ผลคือคืนนั้นพวกเขาก็วิ่งกลับมาอีก
แน่นอนว่าต้องกลับมา!
พวกเขาคิดว่า ออกไปเที่ยวแล้วยังได้เงินอีก บนโลกนี้จะมีเรื่องดี ๆ ที่ลาภลอยตกใส่แบบนี้ได้อย่างไร
ต้องมีคนคิดจะพาพวกเขาออกไปเพื่อจะทำร้ายไร่นาและขโมยทรัพย์สินในบ้านแน่ ๆ
โชคดีที่พวกเขาฉลาดกว่า ไม่เพียงไม่ตกหลุมพราง แต่ยังได้เงินก้อนโตมาเปล่า ๆ ช่างน่าดีใจจริง ๆ
ฟอล์กเนอร์ผู้น้อยกับพวกพลาดตรงที่ไม่ได้ตามดูเรื่องต่อ
แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้
เพราะตอนบ่ายวันนั้น พ่อแม่ที่ได้ยินข่าวก็ทำแบบเดียวกับพ่อบ้านชรา บังคับส่งพวกเขาออกไป
ถ้าขัดขืนดิ้นรน ก็จะถูกตีจนสลบโดยไม่ถามไถ่
