เสียงคำรามของผู้จัดการร้านอาหารก้องสะท้อนไปมาในร้านอาหารตะวันตกที่ว่างเปล่า
แก้วน้ำทรงสูงสั่นกระทบกันไม่หยุด
ผิวน้ำกระเพื่อมเป็นวงเล็ก ๆ
บอดี้การ์ดในชุดดำหลายคนล้อมเข้ามา
กระบองยางสีดำในมือกระดกขึ้นลงกลางอากาศ
ส่งเสียงกระทบกันดัง “เพียะ ๆ”
บอดี้การ์ดคนหนึ่งที่มีเนื้อหน้าขึ้นเป็นก้อน พลิกข้อมือแล้วเอาปลายกระบองค้ำขอบโต๊ะอาหารทันที
ยางพลาสติกเสียดสีกับหน้าโต๊ะไม้เนื้อแข็งจนเป็นรอยขาว
หลินชิงเสวี่ยตกใจจนหน้าซีดเผือด
มือทั้งสองข้างบีบกันแน่น เล็บจิกเนื้อหลังมือจนเป็นรอยแดงหลายเส้น
เธอห่อไหล่ หายใจแผ่วลงจนแทบไม่รู้สึก
ซูมู่นั่งอยู่บนเก้าอี้
มองละอองน้ำลายจากปากผู้จัดการกระเด็นลงบนคราบน้ำบนโต๊ะ
เขารู้สึกขำอยู่บ้าง
มุมปากกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะพ่นลมหายใจเย็น ๆ ออกมาสั้น ๆ
“ได้”
ซูมู่เอนหลังพิงเก้าอี้บุหนัง มือซ้ายวางบนขอบโต๊ะ
“เรียกมาให้แล้วกัน”
เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์สีซีด
หยิบโทรศัพท์แอนดรอยด์เครื่องเก่าที่มุมล่างซ้ายของหน้าจอแตกออกมา
นิ้วโป้งกดลงบนเศษแก้วแล้วปัดปลดล็อกหน้าจอ
จอสว่างขึ้น
แต่ไม่ใช่หน้าจอแชตที่เขาใช้เป็นประจำ
กลับเป็นระบบหลังบ้านลับที่มีพื้นหลังสีดำสนิท และมีตราดาวมิชลินสีทองอยู่ตรงกลาง
นี่คือศูนย์บัญชาการลับสุดยอดสำหรับจัดสรรกำลังของกลุ่มทุนธุรกิจอาหารระดับแนวหน้าของโลก
ซูมู่ไม่แม้แต่จะเงยเปลือกตา
นิ้วโป้งกดลงบนปุ่มรวมพลสีแดงตรงกลางหน้าจอทันที
เขากดหนัก ๆ
“ติ๊ด”
โทรศัพท์ส่งเสียงแจ้งเตือนเบา ๆ
ข้อมูลสีเขียวไหลผ่านช่องสัญญาณเข้ารหัส พุ่งข้ามมหาสมุทรไปในพริบตา
เขาโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะตามสบาย ตัวเครื่องพลาสติกกระแทกกับไม้เนื้อแข็งดังตุบ
