รถลินคอล์นคันยาวจอดสนิทหน้าทางเข้าหลักของห้างเจียงไห่ต้าตูฮุ่ย
คนขับรีบวิ่งอ้อมมาเปิดประตูรถ
ลมเย็นฉ่ำพัดออกมาจากประตูหมุน ช่วยคลายความร้อนอบอ้าวด้านนอกไปได้ไม่น้อย
ซูมู่ก้าวลงจากรถในรองเท้าแตะพลาสติกสีน้ำเงิน
ส้นเท้ากระทบพื้นถนนยางมะตอยดังเบา ๆ
เซี่ยหว่านฉิงลงจากรถตามมาติด ๆ
ขอบตาของเธอบวมแดงราวกับลูกท้อสุกงอมสองลูก
มือทั้งสองกำกระเป๋าผ้าใบเก่า ๆ ที่สีซีดจางแน่น
ซิปกระเป๋าพังจนเห็นทิชชูที่ใส่ไว้ครึ่งห่อ
เธอมองประตูห้างหรูหราตรงหน้าแล้วรู้สึกขาอ่อนเล็กน้อย
ห้างเจียงไห่ต้าตูฮุ่ยเป็นห้างสินค้าหรูระดับท็อปใจกลางเมือง
พื้นหินอ่อนอิตาลีขัดมันสะท้อนโคมระย้าคริสตัลขนาดใหญ่เหนือศีรษะ
กลิ่นน้ำมันหอมระเหยกลิ่นชาขาวอ่อน ๆ ลอยอบอวลในอากาศ
เสื้อผ้าสักตัวในนี้ราคาพอ ๆ กับค่าครองชีพของเธอเกือบครึ่งปี
ซูมู่ล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงชุดนอนสีเทา
พาเซี่ยหว่านฉิงเดินตรงเข้าไปในร้านเสื้อผ้าหรูข้างโถงกลางชั้นหนึ่ง
เหนือหน้าร้านมีป้ายอักษรต่างประเทศที่อ่านไม่ออกแขวนอยู่
ในร้านเปิดแอร์เย็นจัด
แสงไฟนุ่มนวลส่องลงบนเสื้อผ้าสำเร็จรูปชั้นสูงที่แขวนเรียงราย
เซี่ยหว่านฉิงก้มหน้าเดินตามเขาไปทีละก้าว
สายตาของเธอหยุดอยู่ที่ราวแขวนเสื้อผ้า
ตรงนั้นมีชุดเดรสผ้าไหมสีขาวตัวหนึ่ง ตัดเย็บได้พอดีตัว
เธอหยุดเดินแล้วอดขยับเข้าไปดูใกล้ ๆ ไม่ได้
พอสายตาเหลือบไปเห็นป้ายราคาที่โผล่จากปลายแขนเสื้อ ลมหายใจของเธอก็สะดุดกึก
หลักหน่วย สิบ ร้อย พัน หมื่น
28,000 หยวน
เธอชักมือกลับราวกับโดนไฟช็อต
พื้นรองเท้าผ้าใบเสียดสีกับกระเบื้องมันเงา เธอถอยหลังไปครึ่งก้าว
“อย่าเข้าไปใกล้มาก เดี๋ยวเสื้อเกี่ยวเป็นขุยขึ้นมา เธอจ่ายไม่ไหวหรอก”
เสียงแหลมเล็กดังมาจากด้านข้าง
พนักงานขายหญิงในชุดทำงานสีดำสวมรองเท้าส้นสูงเดินเข้ามา
ป้ายชื่อห้อยอยู่ตรงอก มือถือแปรงขนนุ่มสำหรับจัดเสื้อผ้า
