“ติ๊ด—ติ๊ด—”
เสียงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ดังถี่ก้องไปทั่วห้องทำงานอันเงียบสงัด
เสียงนั้นซ้ำซากน่าเบื่อ
แต่เมื่อดังอยู่ในห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นซิการ์คุณภาพต่ำและกลิ่นเหงื่อเหม็นเปรี้ยว กลับเสียดหูเป็นพิเศษ
ซูมู่ยืนอยู่บนพื้นไม้ที่เต็มไปด้วยข้าวของกระจัดกระจาย
รองเท้าบูตยุทธวิธีสีดำเหยียบเศษกระจกชิ้นหนึ่ง
เศษแก้วส่งเสียงแตกกรอบเบา ๆ ใต้พื้นรองเท้ายางหนา
เขาเดินไปยังโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งตัวใหญ่
โทรศัพท์ดาวเทียมทางทหารสีดำวางอยู่ตรงกลางโต๊ะ
หน้าจอส่องแสงสีขาวเย็นตาจนแสบตา
ตราสัญลักษณ์ของกลุ่มทุนที่ประกอบด้วยเหรียญทองกับไม้กางเขนกะพริบไม่หยุดบนหน้าจอ
ซูมู่ยื่นมือออกไป
นิ้วจับหูโทรศัพท์สีดำหนักอึ้งขึ้นมา
นิ้วโป้งกดปุ่มรับสายสีเขียว
“หมาป่าตาเดียว”
เสียงชายชราดังมาจากปลายสาย
เขาพูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงชนชั้นสูงยุโรปเข้มข้น
เสียงแหบพร่าเล็กน้อย ราวกับใบไม้แห้งสองใบเสียดสีกัน
“จัดการเรื่องเรียบร้อยหรือยัง”
“คุณหนูตระกูลใหญ่ของหัวเซี่ยพวกนั้นถูกขังไว้ในคุกใต้ดินหมดแล้วหรือยัง”
ซูมู่ไม่ได้ตอบทันที
เขาดึงเก้าอี้หนังแท้ตัวใหญ่หลังโต๊ะออกมา
เพราะไม่ได้หยอดน้ำมันมานาน แกนหมุนของเก้าอี้จึงส่งเสียงเอี๊ยดแห้ง ๆ
เขานั่งลง
เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แล้ววางส้นรองเท้าบูตยุทธวิธีพาดขอบโต๊ะไม้เนื้อแข็ง
“เขาไม่ว่างรับสาย”
ซูมู่เปลี่ยนไปพูดภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว
น้ำเสียงเรียบเฉยราวกับกำลังคุยเรื่องอากาศวันนี้
“ตอนนี้กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นโคลนหน้าประตู”
ปลายสายเงียบกริบทันที
แม้แต่เสียงหายใจแผ่วเบาที่ได้ยินเมื่อครู่ก็หยุดลงไปดื้อ ๆ
จากนั้นเสียงน้ำแข็งกระทบแก้วก็ดังใสขึ้นมาจากหูโทรศัพท์
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะสั่นแก้วเหล้าในมือด้วยความตกตะลึงสุดขีด
“แกเป็นใคร”
ชายชรากดเสียงต่ำลง
ความหยิ่งยโสที่เคยวางท่าสูงส่งหายไปครึ่งหนึ่ง แทนที่ด้วยความระแวดระวัง
