“ไม่ไป” เย่เหลียงเยี่ยนตอบ “มีธุระ”
จินหลานหัวเราะเบา ๆ “ทำไมคุณมีธุระทุกวันเลยล่ะ? พาอันอันมาด้วยสิ ฉันเพิ่งเจอร้านอาหารส่วนตัวร้านใหม่มา โจ๊กบำรุงสุขภาพของเขาเด็ดมาก...”
“ตอนเช้ากินโจ๊กแล้ว” เย่เหลียงเยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเสริมเสียงเรียบ “อันอันทำ”
ปลายสายเงียบไปหลายวินาที จากนั้นจินหลานก็พูดว่า “ดีกันแล้วเหรอ? ก็ได้ ฉันนึกว่าพวกคุณทะเลาะกันหนัก เลยว่าจะช่วยไกล่เกลี่ยให้จริง ๆ ไม่ออกมาเหรอ? นาน ๆ ทีวันนี้ฉันจะว่างนะ”
“ไม่ล่ะ มีธุระ”
“ชิ! ทำไมมีธุระทุกวันเลยล่ะ ไม่ได้หลอกฉันอยู่หรอกนะ”
เย่เหลียงเยี่ยนหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า เอนตัวพิงเบาะ น้ำเสียงแฝงความอ่อนเพลีย “ไปตัดผม”
จินหลานหัวเราะแล้วลากเสียงยาว “หา? ไปกับอันอันเหรอ? ก็ได้... งั้นวางแล้วนะ...”
พูดว่าจะวาง แต่ผ่านไปสองวินาที น้ำเสียงปลายสายก็เปลี่ยนจากหยอกล้อเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย ก่อนถามอย่างไม่ใส่ใจนัก “เมื่อวานคุณเมาจนขนาดนั้นเพราะอะไรกันแน่? ถ้าฉันไม่ได้บังเอิญกลับบริษัท คุณคงปิดบังฉันด้วยใช่ไหม?”
เย่เหลียงเยี่ยนขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ไม่ตอบอะไร
สายตาเผลอเลื่อนไปหยุดตรงช่องเก็บของที่เท้าแขนประตูฝั่งผู้โดยสาร
ข้างในมีของอยู่
เป็นสีชมพู
เขาโน้มตัวไปดู เป็นครีมทามือสีชมพูหลอดหนึ่ง มีหนังยางมัดผมสีดำพันอยู่ ตรงหนังยางประดับมุกตกแต่งเม็ดหนึ่ง
ไม่รู้ว่าอันอันเอามาใส่ไว้ตั้งแต่เมื่อไร
ครีมทามือถูกใช้ไปครึ่งหลอด ตัวหลอดบิดเบี้ยวเล็กน้อยจากการถูกเธอบีบ
เมื่อมองของสองชิ้นนี้ มุมปากของเย่เหลียงเยี่ยนก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว
