จังหวะนั้นเอง หรงเช่อนึกอะไรขึ้นมาได้ “สิทธิ์การเข้าถึงเทอร์มินัลจะแก้ไขได้เมื่อไหร่”
ฟางซวี่เปิดเอกสารอีกฉบับขึ้นมา “ถ้าหลังจากนี้ไม่ถูกโปรแกรมหลักตรวจพบ ก็จะเป็นภายในสิบแปดวัน พอดีกับช่วงเดือนสุดท้าย แต่มีเงื่อนไขว่าระหว่างนี้โปรแกรมหลักต้องไม่ตรวจสอบตัวเองเชิงลึก”
หรงเช่อพยักหน้า กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง โทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นขึ้นมาครั้งหนึ่ง
เขาหยิบออกมาดู เห็นข้อความจากเคอเหมียนถังเด้งขึ้นมา “เมื่อไหร่จะกลับ”
ข้อความถัดมาเป็นรูปภาพ เฮอเฮอนอนหงายสี่ขาชี้ฟ้าอยู่บนโซฟา เผยให้เห็นท้องสีอ่อน ดวงตากลมโตมองกล้อง ดูเหมือนตุ๊กตาขนฟูที่ถูกบีบจนแบน
หรงเช่อจ้องรูปนั้น แววตาพลันอ่อนโยนขึ้นโดยที่เจ้าตัวไม่ทันรู้สึก ปลายนิ้วพิมพ์ข้อความลงบนหน้าจอ “กลับเดี๋ยวนี้”
จากนั้นเขาก็เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า ก่อนหมุนตัวไปหยิบเสื้อคลุมที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้
“คุยกันต่อเถอะ ผมไปก่อน”
ฟางซวี่พยักหน้า ไม่ได้ลุกขึ้น “ครับ ผมจะส่งความคืบหน้าไปที่เมลของคุณ”
-
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หรงเช่อกลับมาถึงคฤหาสน์
เพิ่งก้าวขึ้นมาถึงชั้นสอง เงาสีขาวก็พุ่งออกมาจากหน้าประตูห้องนั่งเล่น ก่อนโถมเข้าใส่เขาทันที
เขายื่นมือไปรับโดยสัญชาตญาณ ร่างอุ่น ๆ กระแทกเข้ามาในอ้อมอก พร้อมกลิ่นหอมหวานคล้ายนมจากครีมอาบน้ำ
เคอเหมียนถังปีนขึ้นมาเกาะตัวเขาแล้ว ขาเกี่ยวเอวเขาไว้ มือทั้งสองโอบรอบคอ
คอเสื้อชุดนอนเอียงไปเล็กน้อยเพราะการเคลื่อนไหว แต่เธอไม่สนใจ เพียงขมวดคิ้วจ้องเขา “หรงเช่อ ทำไมวันนี้กลับดึกจัง”
