บทที่ 54 ควรปลอบเบบี๋ยังไงดี
เธอกุมมือเคอเหมียนถังไว้ จู่ ๆ ก็รู้สึกจมูกแสบขึ้นมา ดีที่ลมพัดแรงพอจะพัดเอาความชื้นในดวงตาให้แห้งไป
ไม่นาน เสียงฝีเท้าไล่ตามก็ดังมาจากด้านหลัง คนกลุ่มนั้นได้สติกลับมาแล้ว
“พวกเธอวิ่งไปทางโรงเรียนแล้ว!”
“ไปปิดประตูโรงเรียนไว้ อย่าให้พวกเธอเข้าไปได้!”
คนกลุ่มนั้นฉลาดจริง ๆ พวกเขาไม่ได้ไล่ตามในตรอก แต่เลือกใช้ทางลัดไปดักขวางเส้นทางกลับโรงเรียนแทน
ตอนเคอเหมียนถังกับเหอหย่าอินวิ่งมาถึงบริเวณประตูตะวันออกของโรงเรียน ก็เห็นคนกลุ่มนั้นยืนเฝ้าอยู่ที่ประตูแต่ไกล
ทั้งสองจึงได้แต่หันหลังกลับ วิ่งไปทางถนนการค้าอีกฝั่ง
เคอเหมียนถังวิ่งจนปอดแทบระเบิด ตั้งแต่ทะลุเข้านิยายมาเธอก็ไม่เคยวิ่งเลย ก่อนทะลุเข้านิยายก็แทบไม่เคยวิ่งเหมือนกัน
พอวิ่งถึงทางแยกที่สาม เรี่ยวแรงของเธอก็หมดเกลี้ยงแล้ว ต้องอาศัยลมหายใจเฮือกสุดท้ายประคองตัวไป
เหอหย่าอินเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน รองเท้าส้นสูงหลุดไปข้างหนึ่งตอนวิ่งผ่านทางแยกที่สอง ตอนนี้จึงวิ่งขาสูงข้างต่ำข้าง ราวกับกำลังแสดงละครประหลาดอะไรสักเรื่อง
เคอเหมียนถังมองเห็นกำแพงอยู่ไกล ๆ ดูคล้ายกำแพงเก่าทางทิศตะวันออกของสถาบัน
เธอตั้งใจจะพาเหอหย่าอินปีนกำแพงเข้าโรงเรียนไปก่อน ค่อยว่ากันทีหลัง อย่างที่เขาว่ากัน ลูกผู้ชายแก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย
รอให้พวกเธอพักจนมีแรงแล้ว ค่อยกลับมาแก้แค้น
“ทางนี้ เราปีนข้ามไปก่อน” เคอเหมียนถังลากเหอหย่าอินวิ่งไปทางกำแพงเก่า
พอข้ามไปก็จะถึงลานจอดรถหลังโรงเรียน อีกฝ่ายไม่กล้าเข้ามาในโรงเรียนหรอก ขอแค่เข้าเขตโรงเรียนได้ก็ปลอดภัยแล้ว
แต่กำแพงเก่าสูงอยู่ไม่น้อย สูงกว่าสองเมตรนิดหน่อย เคอเหมียนถังสวมกระโปรงอยู่ จึงปีนขึ้นไปได้ลำบาก
