ลมหายใจของเคอเหมียนถังสะดุดไปชั่วขณะ ปลายนิ้วคลำหาจนเจอข้อมือของเขาที่รัดอยู่รอบเอวเธอ มือเล็ก ๆ วางลงบนนั้นเบา ๆ ปลายนิ้วสัมผัสเส้นเลือดที่นูนขึ้นบนกระดูกข้อมือของเขา
“หรงเช่อ คุณ...คุณหาฉันเจอได้ยังไง” เธอเอียงหน้าถามเขา น้ำเสียงนุ่มแผ่วเจือความประหลาดใจ
“ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ผมก็หาเจอ”
ปลายหูของเธอแดงขึ้น แก้มร้อนผ่าวอยู่ในความมืด แต่ปากยังจงใจเถียงเขา “คุณมั่นใจเกินไปแล้วหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าคุณจะทำได้ทุกอย่างสักหน่อย”
หรงเช่อได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเบา ๆ แล้วไม่พูดอะไรอีก แขนที่โอบเธออยู่กระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย
ระบบกินเผือกอยู่ตลอดทาง มองทิศทางเรื่องราวที่เบี่ยงเบนจากบทของนิยายต้นฉบับไปอย่างสิ้นเชิง แค่ใช้ปลายเท้าคิดก็รู้ว่าเนื้อเรื่องคงเบี่ยงไปอีกแล้ว
มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ขอชงให้พวกเขาหวานกันก่อนแล้วกัน
เคอเหมียนถังดิ้นหลุดจากอ้อมกอดเขา ยกมือจิ้มอกเขาสองครั้ง
“คุณปล่อยให้ฉันนั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวตั้งชั่วโมงหนึ่ง” เธอเงยหน้าจ้องเขา “ฉันกินอิ่มจนไม่อยากกินอะไรแล้ว!”
หรงเช่อปล่อยให้เธอหยิกตัวเอง รอยยิ้มแผ่กระจายในดวงตา “ผมผิดเอง เมื่อกี้ฟางซวี่มาคุยเรื่องงานด้วย เผลอแป๊บเดียวก็ลืมเวลาไปเลย”
“ฮึ” เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อย แก้มพองด้วยความขุ่นเคือง “ก็เพราะฉันใจดี ใจกว้าง แถมวันนี้อารมณ์ดี ไม่อย่างนั้นฉันไม่ยกโทษให้คุณหรอก”
หรงเช่อได้ยินแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
เธอมักใช้คำพูดไร้ตรรกะบางอย่างทำให้เขาหัวเราะได้เสมอ ทุกครั้งที่เขาคิดว่าตัวเองกำลังปลอบเธอ สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าเธอทำให้เขาขำจนหมดทางจะขัดใจ
เขาจึงยื่นมือไปบีบติ่งหูที่ร้อนผ่าวของเธอเบา ๆ “อืม ขอบคุณสำหรับความใจดีและใจกว้างของคุณ”
