บทที่ 2 ผู้ชายที่ดีจะช่วยแฟนสาวสวมรองเท้า
ใบหน้าเล็กเพียงฝ่ามือระเรื่อด้วยสีชมพูบางสองแต้ม หางตาสีแดงยังไม่จางหาย ตัดกับผิวขาวราวเครื่องกระเบื้อง
เธอยกหลังมือขึ้นแตะแก้มที่ร้อนผ่าว สายตาตกลงบนริมฝีปากที่ถูกจูบจนบวมเล็กน้อย กระจับยังมีประกายเงางาม
งามเหลือเกิน
เคอเหมียนถังรู้มาตลอดว่าตนเองหน้าตาดี
และไม่ใช่เพียงใบหน้าเท่านั้น
เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย เสื้อถักสีอ่อนเลื่อนลงจากไหล่ เผยให้เห็นผิวขาวเนียนเป็นบริเวณกว้าง ใต้กระดูกไหปลาร้ามีความลดเลี้ยวซ่อนอยู่ในเนื้อผ้านุ่มนิ่ม
ขยับตัวไปด้านข้าง เอวบางกอดได้รอบมือ ถัดลงมา สะโพกกลมกลึงดันรอยจีบกระโปรงขึ้นมา โค้งเว้าสะกดสายตาจนหัวใจเต้นแรง
เคอเหมียนถังเพิ่งรู้ตัวและห่อไหล่เข้ามาเล็กน้อย น้ำเสียงอ่อนหวานพึมพำอะไรบางอย่าง แม้แต่ตัวเองก็ยังฟังไม่ถนัด
ทันใดนั้นนึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง เธอจึงเรียกซิสเต็มออกมาอีกครั้ง
“ฉันถามหน่อย นี่ฉันทะลุมาในนิยายหรือทะลุมิติกันแน่”
「กรุณาอย่าสอบถามปัญหาที่เกินขอบเขตอำนาจ」
“งั้นเธอพูดอะไรที่ฉันชอบฟังไม่ได้เลยหรือไง”
「เหลืออีก 149 วัน 23 ชั่วโมง 58 นาที ขอให้ท่านมีความสุข」
“เธอหุบปากไปเลย”
เคอเหมียนถังครางในลำคอ เท้าเปล่าเดินวนบนพรมสองรอบ เดินไปมาก็เริ่มง่วง เมื่อคืนนี้เล่นเกมจนถึงตีสาม
เธอเป็นสาวกเกมตัวยง หลังจากทะลุมิติมาที่นี่ก็พบว่ายังเล่นออนไลน์เชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ประเทศจีนได้ แถมความเร็วอินเทอร์เน็ตที่นี่ยังเร็วจนน่าเหลือเชื่อ ค่าหน่วงเวลาไม่เคยเกิน 10 มิลลิวินาที
“ซิสเต็ม ฉันขอนอนสักครู่” เธอหาวหวอด
「คาดว่าเหลือเวลาอย่างน้อยสองชั่วโมงก่อนหรงเช่อจะกลับมา โฮสต์สามารถพักผ่อนได้ แต่โปรดระวังอย่าให้น้ำลายไหลบนโซฟา」
เคอเหมียนถังขี้เกียจสนใจมัน ทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่มนิ่ม
โซฟากว้างใหญ่นัก เธอขดตัวทั้งหมดอยู่บนนั้นก็กินพื้นที่ไปเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น
เธอพลิกตัวตะแคง ซบแก้มลงในเบาะรอง ปลายจมูกได้กลิ่นหอมเย็นจาง ๆ ของไม้สน นั่นคือกลิ่นของหรงเช่อ
กลิ่นนี้ทำให้เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่ชั่ววูบ
แต่ความง่วงมาเยือนเร็วเกินไป
สามสิบวินาทีต่อมา เธอก็หลับสนิท
สองชั่วโมงต่อมา
เคอเหมียนถังตื่นขึ้นเพราะสัญชาตญาณว่ามีคนจ้องมอง
มีคนอยู่ข้างกายเธอ เธอสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิลมหายใจของอีกฝ่าย
เธอขมวดคิ้ว เปลือกตากระตุก ขนตาสั่นสะบัดเปิดออกเป็นรอยเล็ก สิ่งที่มองเห็นเป็นเงามืด
หรงเช่อกลับมาแล้ว เขานั่งอยู่ริมโซฟา ลำตัวช่วงบนโน้มต่ำ ข้อศอกยันอยู่ข้างกายเธอ ในท่าทีที่ทั้งผ่อนคลายและเต็มไปด้วยอันตราย เอียงศีรษะมองเธอ
บ่าของเขากว้างใหญ่ แทบจะกินพื้นที่ด้านข้างโซฟาจนเต็ม ราวกับกำแพงสีมืดทึบ ห่อหุ้มตัวเธอไว้ใต้เงา
สมองของเคอเหมียนถังประมวลผลข้อมูลอย่างเชื่องช้า: เขาเฝ้ามองเธอเช่นนี้มานานเท่าไรแล้ว
ทันใดนั้นสายตาก็จับที่ใบหน้าของเขา แล้วก็ไม่อาจละสายตาไปได้อีก
โครงสร้างกระดูกของหรงเช่องดงามเฉียบคม โหนกคิ้วสูง สันจมูกโด่งเป็นเส้นตรง ดวงตาราวดอกท้อแม้ไม่ยิ้มก็มีเสน่ห์ชวนหลงใหลในตัว แต่สีม่านตากลับลุ่มลึกเพิ่มความรู้สึกกดดัน
มุมปากของเขายกขึ้น รอยยิ้มไร้ซึ่งอุณหภูมิ เงาจากสันจมูกตกกระทบริมฝีปาก ทำให้ทั้งใบหน้าฉายแวลงดงามคลุมเครือน่าพิศวง
งามเกินไปแล้ว
งามจนหัวใจของเธอราวกับถูกใครใช้นิ้วมือดีดเบา ๆ สั่นสะเทือนทื่อ ๆ จากนั้นก็เต้นระรัวเร็วขึ้น
คนคนนี้มีใบหน้าที่ไม่ควรมีอยู่จริงในโลก
ทุกครั้งที่มอง ล้วนเป็นภาพที่พุ่งเข้าโจมตีประสาทสายตาอย่างฉับพลัน
เคอเหมียนถันขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเนิบนาบ ปอยผมหน้าผากกระเซ้าขึ้นมาเล็กน้อย แก้มมีรอยแดงจาง ๆ จากเบาะรองโซฟา ริมฝีปากอ้าเล็กน้อย ยิ่งทำให้สีริมฝีปากดูอวบอิ่มน่าทะนุถนอม
หรงเช่อสอดนิ้วมือเข้าไปในกลุ่มผมที่กระเซอะกระเซิงของเธอ รวบผมที่ดื้อรั้นไปทัดหลังหู
ข้อนิ้วมือเรียวสวยและดูแข็งแรง แม้แต่นิ้วมือก็งามเยือกเย็น
เคอเหมียนถังซบหน้าลงบนฝ่ามือของเขาด้วยสัญชาตญาณ น้ำเสียงเจือด้วยความเหนียวหนึบแบบเมื่อครู่ตื่นนอน: “หิวแล้ว”
หรงเช่อหัวเราะเสียงต่ำ เสียงหัวเราะดังออกมาจากลำคอ: “รู้แล้วล่ะ เดี๋ยวจะป้อนให้อิ่ม”
น้ำเสียงเกียจคร้าน แถมยังเน้นคำว่า “ป้อนให้อิ่ม” หนักขึ้น
เคอเหมียนถังนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ปลายหูพลันร้อนผ่าว นิ้วมือขาวเรียวกำแน่นที่ชายเสื้อแอบแนบเนียน
เธอเบือนหน้าหนี ขนตาสั่นระริก
ทั้งที่เป็นเพียงคำพูดธรรมดา เหตุใดพอลอดผ่านปากเขาจึงฟังดูวิปริตไปได้
เคอเหมียนถังรีบผลุดจากโซฟา ก้มตัวหมายจะคว้ารองเท้า
ปลายนิ้วเท้าเพิ่งแตะพรมนุ่ม ๆ มือที่เห็นข้อกระดูกชัดเจนก็คว้าเอารองเท้าส้นแบนของเธอไปก่อนหน้าหนึ่งก้าว
หนังตาของเธอสะดุ้งทันที
หรงเช่อคุกเข่าข้างหนึ่งบนพรมขนสัตว์ วางเท้าเธอเบามือลงบนกลางฝ่ามือของตน
เท้าของเธองามยิ่งนัก เสมือนหยกแช่น้ำนม หลังเท้าบางเฉียบปรากฏเส้นเลือดสีฟ้าจาง ๆ ปลายเท้าทั้งห้ากลมมนอมชมพู หดอยู่ในอุ้งมือของเขาพอดี
“ฉัน ฉันมาเองก็ได้” เคอเหมียนถังหดเท้าหลบพัลวัน แต่ถูกเขาจับส้นเท้าเอาไว้และดึงกลับมาเบา ๆ อย่างไม่ให้สลัดหลุด
เคอเหมียนถังตัวอ่อนยวบลงไปอีก ลมหายใจช้าลงไปครึ่งจังหวะ
มองดูท่าทีที่เขาก้มตาลงตั้งใจสวมรองเท้าให้เธอ เธอคิดว่า คนคนนี้ทำได้ถึงเพียงนี้ได้อย่างไร
มิน่าเล่า ในนิยายออริจินอลตัวละครสมทบหญิงถึงได้กลายเป็นบ้าถึงเพียงนั้น คนที่เคยถูกผู้ชายแบบนี้โน้มตัวลงมากอบกุมเท้าครั้งหนึ่ง ผู้หญิงไหนจะทนไหว
ไม่นานนัก เขายืนขึ้น ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเดิม ราวกับเรื่องที่เพิ่งทำไปไม่ควรเอ่ยถึง
“เราไปกันเถอะ”
หรงเช่อจูงมือของเธอขึ้นอีกครั้ง ประสานนิ้วเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ
แสงไฟตกลงบนใบหน้าเขา ดวงตาของเขาฉาบด้วยระลอกคลื่นอ่อนโยน มุมปากห้อยรอยยิ้มจาง ๆ ดูราวกับเป็นแฟนหนุ่มที่อ่อนโยนและเอาใจใส่
เคอเหมียนถังถูกเขาจูงมือเดินออกจากออฟฟิศ จู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่า คนคนนี้มีบุคลิกภาพต่อต้านสังคมจริงหรือ
ซิสเต็มส่งเสียงขึ้นในเวลาพอเหมาะ: 「โฮสต์ โปรดอย่าหลงกลรูปลักษณ์ภายนอก ในออริจินอลนวนิยาย ก่อนที่หรงเช่อจะเปิดเผยตัวตน เขาทำเช่นนี้กับทุกคน เอาใจใส่ถี่ถ้วน อ่อนโยนและรอบคอบ ทำให้คุณรู้สึกว่าเขาคือคนดีที่สุดในโลก และในจำนวนนั้นทั้งหมด ครึ่งหนึ่งตอนนี้ไม่มีอยู่แล้ว」
แผ่นหลังของเคอเหมียนถังเย็นวาบ: “ไม่มีอยู่แล้วแปลว่าอะไร”
「ความหมายตรงตัว」
ฝีเท้าของเคอเหมียนถังพลันแข็งค้างไปชั่วขณะ มือของเธอในฝ่ามือของหรงเช่อกระชับแน่นโดยไม่รู้ตัว
หรงเช่อสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเธอ จึงเอียงหน้ามองเธอ: “เป็นอะไรไปครับ”
น้ำเสียงอ่อนโยน แววตาที่หลุบมองเธอมีความห่วงใย
เคอเหมียนถังมองรอยยิ้มที่ไร้ที่ติบนใบหน้านั้น รู้สึกสันหลังเย็นเฉียบระลอกแล้วระลอกเล่า
ฝืนยิ้มออกมา: “ไม่เป็นไร”
เธอบอกกับตัวเองในใจว่า: เอาตัวรอด! เอาตัวรอด! เอาตัวรอด!
-
สถานที่ที่หรงเช่อพาเธอไป เรียกว่า “หยุ่นเซินชู่”
รถวิ่งไปยี่สิบนาที จากใจกลางเมืองหลินโจวขึ้นเหนือ ผ่านถนนเงียบสงบหลายสาย ในที่สุดก็หยุดอยู่หน้าประตูเหล็กที่ต้องใช้การสแกนม่านตาถึงจะเปิดได้
หลังประตูเป็นทางเดินยาวเต็มไปด้วยต้นแปะก๊วย ใบไม้เดือนกรกฎาคมยังไม่เหลืองทั้งหมด แต่แสงอาทิตย์ยามใกล้ค่ำลอดผ่านใบไม้ทอดลงบนพื้นเป็นประกายทองแตกละเอียด
ลมพัดมา แสงสว่างที่กระเพื่อมไหวก็เคลื่อนตาม ราวกับฝูงผีเสื้อสีทองนับไม่ถ้วนเริงระบำบนพื้นดิน