บทที่ 3 บัญชีขาว
สุดถนนเป็นอาคารไร้ป้ายชื่อหลังหนึ่ง ผนังหินสีขาวอมเทา เส้นสายเรียบง่ายเฉียบคม มีสไตล์คล้ายพิพิธภัณฑ์
แต่เคอเหมียนถังรู้ดีว่าที่นี่ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์แน่ๆ ถึงเวลากินข้าวแล้ว หรงเช่อจะพาเธอไปพิพิธภัณฑ์ทำไม
ตอนมองจากหน้าต่างรถ เธอก็รู้สึกแล้วว่าที่นี่สวยเกินจริง แต่พอลงจากรถ เธอก็ยังอดอุทานออกมาไม่ได้
วินาทีนั้นเองที่เธอได้รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า “ความหรูหราแบบเรียบง่าย” เสียที
หน้าประตูตั้งประติมากรรมสองชิ้น แกะสลักจากหยกเหอเถียนขาวบริสุทธิ์
เคอเหมียนถังชาติกำเนิดก่อนหน้านี้ฐานะไม่เลว วงสังคมระดับเอเท็นเธอก็ไม่ใช่ไม่เคยคลุกคลี ธุรกิจครอบครัวในเมืองนี้ก็ใหญ่มาก เธอคิดว่าตัวเองก็นับว่าเคยผ่านโลกมามาก
แต่เมื่อเห็นหยกแกะสลักสองชิ้นนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะมองซ้ำอีกหลายตา
หยกแกะสลักสองชิ้นสูงอย่างน้อยสองเมตร เนื้อหยกเนียนนุ่ม ทอประกายอ่อนโยนท่ามกลางแสงโพล้เพล้
ฝีมือแกะสลักประณีต เส้นสายลื่นไหลราวกับมีชีวิต ทุกรายละเอียดล้วนผ่านการขัดเกลามาอย่างดี
ประมาณการแบบอนุรักษ์นิยม แค่ประติมากรรมสองชิ้นนี้ ก็พอซื้อบ้านสักหลังในใจกลางเมืองหลินโจวที่ที่ดินทุกตารางนิ้วมีค่าดั่งทองได้แล้ว
ซิสเต็มโผล่มาอธิบายแบบไม่ตั้งใจสุดๆ: 【หยุ่นเซินชู่ เป็นสโมสรส่วนตัวติดอันดับหนึ่งในสามของเมืองหลินโจว เป็นทรัพย์สินภายใต้ชื่อของหรงเช่อ ไม่เปิดให้บริการแก่บุคคลภายนอก รับเฉพาะสมาชิกในบัญชีขาวและผู้ติดตามเท่านั้น】
เคอเหมียนถัง : “อ้อ”
หรงเช่อจูงมือเธอเดินเข้าไป ฝ่ามือทั้งสองแนบชิดกัน ความร้อนแผ่ซ่านจากจุดที่สัมผัส
นิ้วหัวแม่มือของเขาไล้ไปตามง่ามนิ้วของเธออย่างเรื่อยเปื่อย ท่าทางสบายๆ แต่แสนสนิทสนม
ตอนแรกเคอเหมียนถังยังเกร็งอยู่ แต่ตอนนี้เธอชินกับการกระทำเช่นนี้ของเขาแล้ว และถึงขั้นเริ่มรู้สึกว่า...
อืม ก็สบายดีเหมือนกันนะ
ภายในสโมสรยิ่งเกินจริงกว่าด้านนอก
โถงใหญ่เพดานสูงวัดด้วยสายตาราวแปดเมตร ผนังด้านหนึ่งเป็นตู้ปลา แสงสีฟ้าหม่นส่องลอดออกมาจากภายในตู้ มีปลาตัวใหญ่สีน้ำเงินเข้มที่เธอเรียกชื่อไม่ถูกว่ายอยู่หลายตัว
เคอเหมียนถังทะลุมิติมาโลกนี้หนึ่งเดือนแล้ว นึกว่าตัวเองคงชินกับความหรูหราของเหล่าแชโบลแล้ว
แต่ตอนนี้เธอค้นพบว่ายังไม่ชินเลย สุภาษิตว่าไว้ไม่ผิด ฟ้าย่อมมีฟ้า
บางสิ่งบางอย่าง แม้แต่เคอเหมียนถังที่ผ่านโลกมามากก็นึกภาพตามไม่ออกจริงๆ
ทุกครั้งที่คิดว่าได้เห็นเพดานสูงสุดแล้ว ก็จะมีประตูบานใหม่ถูกผลักออก เผยโลกที่เหนือความคาดหมายยิ่งกว่าด้านหลังประตู
“คุณชาย ท่านมาแล้ว” ผู้จัดการที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาต้อนรับก้มเอวเป็นมุมเก้าสิบองศา ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มนอบน้อม
เขานั่งอยู่ในตำแหน่งนี้มาสิบสองปีแล้ว เคยพบเห็นคุณหนูตระกูลแชโบลมานับไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับคุณชายแห่งซิงหยุนกรุ๊ป เขาก็ยังคงประหม่า
หรงเช่อพยักหน้าเล็กน้อย โดยไม่แม้แต่จะชายตามอง สาวเท้าพาเคอเหมียนถังเดินลึกเข้าไปด้านใน
ใจของเธอลอยไปถึงเรื่องอาหารเย็นเสียแล้ว ร้านอาหารแบบนี้อาหารต้องอร่อยมากแน่ๆ ไม่รู้ว่าเป็นอาหารจีนหรือฝรั่ง จะมีสเต็กแบบที่เธอกินครั้งก่อนไหมนะ
ตอนนั้นเอง หางตาเธอก็เหลือบเห็นเงาร่างหลายร่างเดินเร็วๆ มาจากโซนพักผ่อนทางขวามือ
คนที่เดินนำหน้าเป็นชายหนุ่มอายุราวยี่สิบต้นๆ หน้าตาคมคายแต่ไม่ถึงกับโดดเด่น จุดเด่นอยู่ที่ท่วงท่าสบายๆ ผ่อนคลาย ข้างหลังเขามีชายหนึ่งหญิงหนึ่งเดินตามมา
หรงเช่อก็เห็นพวกเขาเช่นกัน จึงหยุดฝีเท้า
「บุคคลในบัญชีขาว มาพอดีเลย จะได้รู้จักคนให้ชัดเจน」
เคอเหมียนถังตอบรับในใจ “อืม” สถาบันเฉิงซิ่นเปิดเทอมฤดูใบไม้ร่วงพรุ่งนี้ เธอยังไม่เคยเจอคนพวกนั้นในบัญชีขาว แต่วันนี้กลับได้เจอล่วงหน้า
「คนที่เดินนำหน้าโน่นคือโจวหราน บัญชีขาวอันดับสอง หลานชายคนโตตระกูลซีจิ้นแชโบล เพื่อนซี้ของหรงเช่อ และเป็นเหมือนครึ่งลูกน้อง ภายนอกดูสบายๆ ไม่จริงจัง แต่สมองดีมาก เป็นพวกยิ้มพลางแทงมีด ฝ่ายตรงข้ามยังต้องกล่าวขอบคุณ」
「ผู้ชายข้างหลัง เฉินจือเหยี่ยน บัญชีขาวอันดับหก คุณชายรองต้าโจวกรุ๊ป ฐานะในตระกูลน่าอึดอัด มีพี่ชายที่เก่งกาจอยู่ข้างบน มีน้องชายที่ได้รับความโปรดปรานอยู่ข้างล่าง อาศัยการประจบหรงเช่อถึงได้เข้ามาอยู่ในวงใน ความภักดีน่าสงสัย」
“ผู้หญิง...”
ซิสเต็มชะงักไปเล็กน้อย
เคอเหมียนถังสังเกตว่า เด็กสาวคนนั้นยืนอยู่ข้างโจวหราน สายตาจ้องเขม็งไปที่มือที่หรงเช่อจูงเธอไว้
「เหอหย่าอิน บัญชีขาวอันดับห้า ลูกสาวคนโตของซื่อหยางกรุ๊ป หน้าตาโดดเด่น ฝีมือโดดเด่น ความทะเยอทะยานก็โดดเด่น แอบชอบหรงเช่อมาสามปี แนะนำให้โฮสต์เพิ่มความระมัดระวัง」
เคอเหมียนถังกลอกตาในใจ
จบเห่ ตัวอิจฉาโผล่มาแล้ว
โจวหรานเดินมาก่อนเลย สายตาตกลงบนตัวเคอเหมียนถัง พลางยิ้มพูดว่า: “หรงเช่อ นายนี่ก็เกินไปนะ พาพี่สะใภ้มากินข้าวยังไม่ยอมบอกล่วงหน้าสักคำ”
หรงเช่อเอียงคอมองเขา น้ำเสียงเรียบๆ ไม่มีขึ้นลง: “ไม่จำเป็น”
โจวหรานได้ยินก็ไม่โกรธ ยิ้มร่าหลบไปครึ่งก้าว เปิดทางให้คนข้างหลัง
เฉินจือเหยี่ยนที่เดินตามหลังรีบเข้ามา เอวโค้งเล็กน้อย: “พี่หรงเช่อ ไม่ได้เจอกันนานเลยครับ”
คนสุดท้ายที่เดินมาคือเหอหย่าอิน
เธอสวมชุดสูทสีขาวนวล ผมเกล้าเป็นมวยต่ำประณีต หน้าตาเป็นความงามแบบดุดัน คิ้วเข้ม เบ้าตาลึก
สวยจริงๆ
เคอเหมียนถังยอมรับในใจ ความสวยแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้นจากวัตถุสิ่งของ แต่เป็นบุคลิกที่บ่มเพาะจากสภาพแวดล้อมที่เหนือกว่ามาตั้งแต่เด็ก
“หรงเช่อ” เหอหย่าอินเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม: “นัดนายกินข้าวยากจริงๆ คราวก่อนหลังงานเลี้ยงจบ นายบอกว่าคราวหน้าแน่นอน คราวหน้านี่ก็ผ่านไปเดือนกว่าแล้วนะ”
ระหว่างพูด สายตาของเธอค่อยๆ เลื่อนจากตัวหรงเช่อไปหยุดที่ใบหน้าเคอเหมียนถัง บนใบหน้ายิ้มแย้ม
เคอเหมียนถังไม่หลบไม่หลีก มองสบตากลับเช่นกัน
แววตาของเหอหย่าอินกระเพื่อมเล็กน้อย ดูเหมือนคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมองกลับมาอย่างเปิดเผยเช่นนี้ เธอละสายตากลับ มามองหรงเช่ออีกครั้ง
หรงเช่อไม่ตอบคำนั้น กลับดึงเคอเหมียนถังเข้ามาชิดตัว มือเลื่อนจากมือเธอขึ้นมาที่เอวด้านข้าง โอบเบาๆ
“หิวหรือยัง?”
เคอเหมียนถังยังไม่ทันได้ตอบ โจวหรานก็ยิ้มร่าสอดขึ้นข้างๆ: “โอ๊ย เจอกันแล้วทั้งที ก็กินด้วยกันเลยสิ ยังไงพวกนายก็แค่สองคน พวกเราก็แค่สามคน รวมโต๊ะกันเถอะ”
เคอเหมียนถังคิดว่าหรงเช่อคงปฏิเสธ
นี่น่าจะเป็นเดตของพวกเขานะ เดตเลยนะ สำหรับคนอารมณ์ขึ้นลงไม่แน่นอนอย่างหรงเช่อแล้ว ต้องไม่ชอบให้ใครมากวนใจแน่
แต่หรงเช่อกลับไม่ปฏิเสธ กลับผงกศีรษะอย่างเกียจคร้าน
โจวหรานจึงรีบยิ้มพูด: “ไป ไป ไป ผมรู้ว่าพวกคุณจองห้องส่วนตัวริมทะเลสาบไว้”
ห้องส่วนตัวอยู่ลึกที่สุดของสโมสร
ผลักประตูเข้าไป กระจกสูงจรดพื้นทั้งผืนก็สะท้อนเข้าสู่สายตา
ด้านนอกเป็นทะเลสาบเทียม ผิวน้ำใสราวกระจก สะท้อนแสงสนธยาสีส้มสุดท้ายบนท้องฟ้า
กลางทะเลสาบมีเกาะเล็กๆ บนเกาะมีต้นแปะก๊วยใหญ่ยักษ์ ใบเหลืองอร่ามเต็มต้น ราวกับมีคนสาดถังผงทองลงบนฟ้า
เคอเหมียนถังอดไม่ได้ที่จะมองซ้ำอีกสองตา ฝีเท้าก็ชะงักไปครึ่งจังหวะตรงหน้าประตู
โจวหรานเดินตามหลัง มองเห็นแวบเดียวก็จับสีหน้าของเธอได้: “พี่สะใภ้ชอบวิวนี้เหรอ? คราวหน้าให้หรงเช่อพามาพักสักสองสามวันสิ ด้านบนมีห้องสวีท หันหน้าตรงไปทางเกาะกลางทะเลสาบ ใช่ไหม หรงเช่อ?”
เขาหันไปมองหรงเช่อ แต่หรงเช่อไม่สนใจ กลับดึงเก้าอี้ออก บอกให้เคอเหมียนถังนั่ง
หลังจากเคอเหมียนถังนั่งแล้ว เขาก็นั่งลงข้างๆ เธออย่างเป็นธรรมชาติ
เหอหย่าอินสังเกตเห็นฉากนี้ มุมปากยังคงโค้งเท่าเดิม แต่แนวกรามของเธอกลับเกร็งขึ้น
ตำแหน่งของเคอเหมียนถังนั้นคือที่นั่งประธาน เป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดของห้อง
เธอไม่คาดคิดเลยว่า หรงเช่อจะยกที่นั่งประธานให้เคอเหมียนถังที่ไม่ได้อยู่ในสิบอันดับแรกของบัญชีขาว
ในแวดวงบัญชีขาว ที่นั่งไม่เคยเป็นสิ่งที่จะนั่งตามอำเภอใจ
ใครนั่งประธาน ใครนั่งรอง ใครนั่งข้างเจ้าบ้าน ใครนั่งตรงประตู ทุกตำแหน่งล้วนมีเส้นแบ่งที่ไม่อาจก้าวล่วง
การที่หรงเช่อยกที่นั่งประธานให้เคอเหมียนถัง เท่ากับประกาศตำแหน่งของเธอต่อหน้าพวกเขา
เฉินจือเหยี่ยนมีกะจิตกะใจดี นั่งลงข้างโจวหราน
เหอหย่าอินทำได้เพียงนั่งข้างเฉินจือเหยี่ยน พอดีนั่งเอียงตรงข้ามกับหรงเช่อ