บทที่ 62 พบผู้ใหญ่
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาก็จัดเสื้อผ้าให้เธอเรียบร้อยด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
เคอเหมียนถังนอนหมดแรงอยู่ในอ้อมแขนเขา ก้มมองรอยแดงใต้กระดูกไหปลาร้าของตัวเอง ก่อนจะทุบเขาหนึ่งทีทั้งอายทั้งโมโห “ไอ้ตัวร้าย จะถลอกหมดแล้วนะ”
หรงเช่อจูบริมฝีปากบวมเล็กน้อยของเธอ แววตายังคงเจือความปรารถนาที่ยังไม่จางหาย “ที่รัก ผมอดทนมาจนสุดความสามารถแล้วนะ”
เธอเงียบกริบทันที หลุบตาลง ไม่กล้าสบตาเขา
ไม่ช้าก็เร็วเธอต้องจากไป มีบางเส้นที่ข้ามไม่ได้ เธอกลัวว่าถ้าให้เขามากเกินไป ตอนจากกันจะไม่เหลือแม้แต่กระดูก
-
สุดท้ายเคอเหมียนถังก็ถูกหรงเช่อลากไปพบหรงเหลียวจนได้
เธอพยายามดิ้นรน ปฏิเสธ กระทั่งใช้เหตุผลไร้สาระอย่าง “ฉันอารมณ์ไม่ดี” เพื่อหวังจะเอาตัวรอดไปได้
แต่ก็ไม่ได้ผล วันศุกร์นั้นหรงเช่อก็ลากเธอกลับไปที่คฤหาสน์ เพราะกลัวเธอจะหนี
ตอนรถแล่นเข้าไปในเขตบ้านตระกูลหรง เธอนั่งอยู่บนเบาะผู้โดยสารด้านหน้า ใจเต้นระทึกจนแทบตาย
บ้านตระกูลหรงตั้งอยู่ในหุบเขาลึกสุดทางชานเมืองทางเหนือของเมืองหลิงโจว จากประตูทางเข้าจนถึงคฤหาสน์หลักต้องขับรถนานถึงสิบนาที
นอกหน้าต่างรถมีป่าเมเปิลกว้างใหญ่ ใบเมเปิลช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงแดงราวกับเปลวไฟ ลุกโชนเป็นผืนกว้างใต้แสงแดด
เคอเหมียนถังไม่มีอารมณ์ชมวิว เธอเรียกระบบในใจอย่างบ้าคลั่ง
“ระบบ ระบบ ระบบ!”
“มาแล้ว มาแล้ว”
“ทำยังไงดี ทำยังไงดี ทำยังไงดี”
ระบบถอนหายใจ
ช่วงนี้มันถอนหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่มีปอด มันเองก็ไม่รู้ว่าทำได้อย่างไร
“ระบบวิเคราะห์: ในนิยายต้นฉบับ หรงเหลียวมีความประทับใจต่อเคอเหมียนถังในแง่ลบอย่างมาก เขาคิดว่าชาติตระกูลของเธอไม่คู่ควร การอบรมเลี้ยงดูไม่เพียงพอ และไม่เหมาะสมกับหรงเช่อ หากโฮสต์รักษาภาพลักษณ์ของเจ้าของร่างเดิมไว้ในการพบกันครั้งนี้ และทำให้หรงเหลียวยังคงมีอคติเหมือนในนิยายต้นฉบับ เนื้อเรื่องก็น่าจะไม่เบี่ยงเบนไปมากกว่านี้”
