หลินเยว่พาหลานชายลงจากเขา ก็ได้ยินเรื่องที่เสี่ยวเป่าตกแม่น้ำแล้วอุ้มปลาตัวใหญ่ขึ้นมา
ทั้งสามคนตกใจจนสะดุ้ง
พวกเขารีบเร่งกลับถึงบ้าน ก็เห็นเสี่ยวเป่ากระโดดโลดเต้นเล่นสนุกอยู่ข้างหลังพี่ชายทั้งสามคน
หลินเยว่ถอนหายใจโล่งอก
“แม่!”
พอเห็นหลินเยว่กลับมา เด็ก ๆ ก็กรูกันเข้ามาหาเหมือนลูกเจี๊ยบ
เสี่ยวเป่าเงยหน้ามองหลินเยว่ “แม่ เสี่ยวเป่าคิดถึงแม่~”
หลินเย่มองเด็กน้อยแสนน่ารักและว่าง่าย แล้วอดใจไม่ไหว อุ้มเธอขึ้นมาหอมแก้มฟอดหนึ่ง
“ทำไมถึงตกแม่น้ำล่ะ ตกใจแย่เลยใช่ไหม!”
“ไม่เลย~ เสี่ยวเป่าไปจับปลาเองต่างหาก!”
เสี่ยวเป่ารีบส่ายหน้า แล้วชี้ไปยังอ่างไม้ใบใหญ่ตรงมุมห้อง
หู่จื่อกับเอ้อร์หู่วิ่งเข้าไปดู “โอ้โห! ตัวใหญ่มาก!”
“เสี่ยวเป่าจับขึ้นมาได้เองนะ!”
ต้าวาทำหน้าภูมิใจ ราวกับเป็นตัวเองที่จับปลาได้
เอ้อร์วากับซานวาก็เหมือนกัน สีหน้าภาคภูมิใจเต็มที่
หลินเยว่เห็นปลาตัวใหญ่แล้วตกใจอยู่ไม่น้อย
แม่น้ำในหมู่บ้านมีคนจับปลาได้บ่อย ๆ แต่ส่วนใหญ่ก็หนักแค่สองสามชั่งเท่านั้น
แต่ปลาที่เสี่ยวเป่าจับมา ดูยังไงก็น่าจะหนักตั้งแปดเก้าชั่งขึ้นไป!
“เสี่ยวเป่าเก่งมาก แต่ต่อไปอย่าเข้าใกล้ที่อันตรายนะ น้ำในแม่น้ำทำให้คนจมน้ำตายได้ เข้าใจไหม?”
หลินเยว่กอดเสี่ยวเป่า ชมเธอก่อนจะทำเสียงจริงจังสั่งสอนต่อ
เสี่ยวเป่าพยักหน้าอย่างว่าง่าย “อือ!”
เพราะได้ปลาตัวใหญ่มา ตอนกินมื้อกลางวันแม่หลินจึงแบ่งแผ่นแป้งข้าวโพดให้เสี่ยวเป่าเพิ่มเป็นพิเศษ
“วันนี้เสี่ยวเป่าจับปลาตัวใหญ่ขนาดนี้มาให้บ้านเรา ยายเลยให้แผ่นแป้งเป็นรางวัลอีกแผ่นนะ!”
แม่หลินยิ้มจนตาหยี วางแผ่นแป้งข้าวโพดสีเหลืองทองลงในมือของเสี่ยวเป่า
ดวงตาของเสี่ยวเป่าจับจ้องแผ่นแป้งที่อยู่ในมืออวบ ๆ ทั้งสองข้าง มองซ้ายทีขวาทีอย่างมีความสุขจนขาอ้วน ๆ อดแกว่งไปมาไม่ได้
หลินเยว่กลัวเธอจะตกจากม้านั่ง จึงยิ้มพลางตบขาอวบที่ขยับไม่หยุดเบา ๆ “อย่าดิ้นสิ!”
จางกุ้ยจือหาได้ยากที่ไม่พูดอะไร
ช่วงนี้พ่อหลินกับหลินต้าหย่งไปช่วยครอบครัวหนึ่งทางตะวันออกของหมู่บ้านสร้างบ้าน กลับมากินข้าวที่บ้านแค่ตอนเย็น
มื้อกลางวันจบลงท่ามกลางเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ
พอกินเสร็จ จางกุ้ยจือก็ผลักชามข้าวออกแล้วลุกกลับเข้าห้อง
หลินเยว่กับแม่หลินช่วยกันเก็บชามตะเกียบ ส่วนเด็ก ๆ กินเสร็จก็วิ่งปรู๊ดออกไปเล่น
เหลือเพียงซานวากับเสี่ยวเป่าที่อายุน้อย ยังตามไปไม่ทัน
“เสี่ยวเป่า พี่พาไปหาพวกพี่ชายกัน!”
“ได้เลย~ ไปหาพี่โกโก้!”
เสี่ยวเป่าพยักหน้ารับ
ซานวาจนใจนิด ๆ “ไม่ใช่โกโก้ ต้องเรียกพี่ชาย!”
“พี่โกโก้ต่างหาก!”
เสี่ยวเป่าจ้องเขาอย่างมุ่งมั่น
ซานวา “……”
แม่หลินกับหลินเยว่ขำกันใหญ่ “ห้ามพาน้องสาววิ่งไปไกลนะ เล่นสักพักแล้วรีบกลับบ้านล่ะ!”
สมัยนี้เด็ก ๆ แทบทุกบ้านถูกปล่อยให้เล่นกันตามสบาย
อย่างไรเด็ก ๆ ก็ไม่ออกไปนอกหมู่บ้าน ปลอดภัยดี
“รู้แล้ว!”
ซานขานรับ แล้วจูงมือน้องสาววิ่งออกไป
มือน้องสาวนุ่มจังเลย!
ซานวาจูงมือเธอโดยไม่กล้าบีบแรงเลยสักนิด
“พี่โกโก้อยู่ไหน?”
ซานวาพาเสี่ยวเป่าเดินไปตั้งไกล แต่ก็ยังไม่เห็นเงาพี่ชายสักคน
ซานวาเกาหัว “เสี่ยวเป่า ให้พี่พาไปกินผลไม้เปรี้ยว ๆ ดีไหม!”
“ดีสิ ดีสิ!”
ขอแค่เป็นของกิน เสี่ยวเป่าชอบหมดเลย!
ซานวาจึงจูงมือเสี่ยวเป่าเดินไปทางหลังเขา
ซานวามักตามพี่ชายไปเก็บผลไม้เปรี้ยว ๆ กิน
ในป่าตรงเชิงเขาด้านหลังมีพุ่มไม้เตี้ย ๆ อยู่มากมาย
ผลไม้เปรี้ยว ๆ ที่ซานวาตามหาอยู่ในพุ่มหญ้าเหล่านั้น
“เสี่ยวเป่า ดูนี่สิ นี่แหละผลไม้เปรี้ยว ๆ!”
ซานวาแหวกพุ่มหญ้าออก แล้วร้องบอกอย่างตื่นเต้น
เสี่ยวเป่าเดินเข้าไปดูอย่างสงสัย ผลไม้ลูกเล็กสีแดงเต็มไปหมด ดูโดดเด่นท่ามกลางพงหญ้าสีเขียว
“เอ้า ลองชิมดู!”
ซานวาพูดพลางเด็ดลูกหนึ่งส่งไปใกล้ปากเสี่ยวเป่า แล้วมองน้องสาวอย่างคาดหวัง
เสี่ยวเป่าไม่ปฏิเสธ อ้าปากงับเข้าปากทันที
ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นมา “หวานจังเลย~”
“ยังมีอีกเยอะเลยนะ!”
ซานวาบอก
เด็กน้อยทั้งสองเก็บไปกินไป
ใบหน้าของทั้งคู่เลอะน้ำผลไม้สีสันสดใส ดูแล้วเหมือนลูกแมวสองตัว
พอกินจนท้องแน่นไปหมด เด็กทั้งสองก็เตรียมเก็บกลับบ้านเพิ่มอีกหน่อย
กระเป๋าเสื้อของทั้งคู่ยัดผลไม้จนเต็มตุง
สมัยนั้นเด็ก ๆ ไม่มีขนมกินมากนัก ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานพวกนี้จึงเป็นของว่างที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก ๆ
“กลับบ้านแล้วเราแบ่งให้พี่ ๆ กินนะ คราวหน้าพวกเขาจะได้พาเราไปเล่นอีก!”
ซานวาพูดอย่างไร้เดียงสา
เสี่ยวเป่าพยักหน้าแรง ๆ “ได้เลย!”
เสื้อผ้าของเด็กทั้งสองใส่ผลไม้ไม่ไหวแล้ว จึงเตรียมเดินกลับบ้าน
ซานวากระโดดโลดเต้นเดินนำหน้า ส่วนเสี่ยวเป่าถูกพี่ชายจูงมือไว้ อีกมือก็คอยประคองผลไม้ในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง พลางก้มหน้ามอง
เธอไม่ทันระวังจึงสะดุดล้มลงกับพื้น
“เสี่ยวเป่า เป็นอะไรไหม!”
ซานวารีบพยุงเสี่ยวเป่าขึ้น ถามอย่างร้อนใจ
เสี่ยวเป่านอนคว่ำอยู่กับพื้น จู่ ๆ ก็เหมือนมีบางอย่างดึงความสนใจไป
“วิบวับจัง!”
มีของชิ้นหนึ่งสีเหลืองโผล่พ้นดินออกมาเพียงครึ่งเดียว
เสี่ยวเป่าใช้มืออวบ ๆ ทั้งสองข้างเริ่มขุดดิน
ซานวาก็รีบช่วยขุดด้วย
เป็นก้อนทองรูปแท่ง!
วางลงบนฝ่ามือของเสี่ยวเป่าแล้ว มีขนาดพอ ๆ กับมือเลย
“หนักจัง!”
เสี่ยวเป่าพูดเหมือนไม่ค่อยชอบใจ
“นี่อะไรเหรอ?”
ซานวาเองก็ไม่เคยเห็นของแบบนี้ เด็กน้อยทั้งสองจึงช่วยกันพิจารณาอยู่นาน แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้
“ไม่สนุกเลย ทิ้งไปเถอะ!”
ซานวาเบ้ปาก
“คราวหน้าตอนแข่งปาก้อนหินให้กระดอนบนผิวน้ำกับพี่ ๆ เสี่ยวเป่าต้องชนะให้ได้!”
เสี่ยวเป่าส่ายหน้า ตั้งใจจะเอากลับไปใช้แข่งปาก้อนหินที่ริมแม่น้ำคราวหน้า
“ก็ได้!”
ซานวาคิดว่าน้องสาวพูดมีเหตุผล หินสีเหลืองก้อนนี้ถึงจะเล็กแต่หนักมาก ตอนแข่งต้องชนะได้แน่!
เมื่อครู่เสี่ยวเป่าล้มลง ผลไม้ในกระเป๋าเสื้อจึงถูกทับจนเละ เสื้อผ้าก็เปื้อนมอมแมม ข้างในกระเป๋าเหนียวเหนอะไปหมด
ตอนกลับถึงบ้าน พี่หู่จื่อกับเด็กอีกสามคนอยู่ที่บ้านกันหมดแล้ว
หลินเยว่กับแม่หลินกำลังจัดการผักป่าที่ขุดกลับมาเมื่อเช้าอยู่ในลานบ้าน
“แม่ พวกเรากลับมาแล้ว!”
พอเห็นซานวากับเสี่ยวเป่ากลับมาในสภาพมอมแมม โดยเฉพาะเสี่ยวเป่าที่ตอนออกไปตัวสะอาดเหมือนตุ๊กตาในภาพมงคล แต่ตอนกลับมาดูเหมือนขอทานน้อย แม่หลินกับหลินเยว่ทั้งโมโหทั้งอดขำไม่ได้
“ไปทำอะไรกันมา ถึงได้เละเทะแบบนี้!”
ซานวาหัวเราะแหะ ๆ “ผมพาน้องไปเก็บผลไม้เปรี้ยว ๆ มาครับ!”
พูดแล้วซานวาก็ล้วงผลไม้ออกจากกระเป๋าเสื้อ ราวกับกำลังเอาของล้ำค่ามาอวด
เสี่ยวเป่าก็ล้วงกระเป๋าเหมือนกัน แต่ผลไม้ถูกเธอล้มทับจนเละหมดแล้ว จึงควักอะไรออกมาไม่ได้เลย
เธอร้อนใจจนหน้าแดงก่ำ
หลินเยว่หลุดหัวเราะ “โอ๊ย เจ้าตัวน้อย มานี่เร็ว ยายจะพาไปล้างตัวนะ!”
แม่หลินกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ปัดมือแล้วลุกขึ้น พาเสี่ยวเป่าไปอาบน้ำที่ห้องครัว
ส่วนซานวาตัวมอมแมมเหมือนกันนั้น แม่หลินกับหลินเยว่ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้
เด็กผู้ชาย ไม่ต้องพิถีพิถันขนาดนั้นหรอก!
