“พี่เมีย ขอกอดหน่อย!”
รถเพิ่งออกไป เผิงจื้อหมิงก็หน้าด้านเดินเข้ามาหา
ตลอดสองวันที่หูชิงชิงอยู่สนามฝึกภาคสนาม คนที่ประจบประแจงที่สุดก็เห็นจะเป็นเผิงจื้อหมิงนี่แหละ
ความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่นเขียนอยู่บนหน้าเสียหมด
เผิงจื้อหมิงนิสัยไม่เลว แถมยังเข้ากันกับหูจั้วได้ดี เรียกว่าพวกเดียวกันเลยก็ว่าได้
ถ้าจะมาเป็นน้องเขยจริง ๆ หูจั้วก็ไม่ได้รังเกียจอะไร
แต่เขาไม่ได้คิดจะเข้าไปช่วยจับคู่ให้
บางเรื่องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติก็พอ ไม่อย่างนั้นพอไม่ได้เป็นน้องเขยขึ้นมา อาจเสียเพื่อนไปด้วย
หูจั้วถีบเผิงจื้อหมิงที่เข้ามาเกาะแกะออกไป แล้วด่าอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ไสหัวไป ๆ”
“อย่ามาเรียกมั่วซั่ว เดี๋ยวชื่อเสียงน้องสาวข้าจะเสียหาย”
“จะเรียกมั่วได้ยังไงเล่า?”
“ข้าให้สินสอดไปแล้วนะ”
สีหน้าของเผิงจื้อหมิงดูจริงจังเสียจนเหมือนพูดเรื่องจริง
หูจั้วโมโหขึ้นมาทันที “ไอ้เวรเอ๊ย”
“ข้าแค่ยืมเงินเจ้าไป 80 หยวน กล้าเอามาอ้างเป็นสินสอดได้ยังไง?”
“ไสหัวไปเลย!”
ตั้งแต่หูจั้วเข้ากองทัพมา เขาได้รับเงินเดือนแค่สองเดือนเท่านั้น เงิน 200 หยวนที่เพิ่งให้น้องสาวไปจึงต้องไปยืมเผิงจื้อหมิงมาส่วนหนึ่ง
ใครจะคิดว่าไอ้หน้าด้านนี่จะเอาเรื่องยืมเงินมาอ้างเป็นสินสอดเสียได้
พวกหูจั้วคงอยู่ที่สนามฝึกภาคสนามได้อีกไม่นานแล้ว
การฝึกระยะที่สองใกล้จะสิ้นสุดลง
เดือนสุดท้ายของหน่วยฝึกอบรมจะเป็นการฝึกระยะที่สาม
แต่การฝึกระยะที่สามจะเน้นการเรียนทฤษฎีและการบริหารจัดการเป็นหลัก
เป้าหมายหลักของหน่วยฝึกอบรมคือฝึกให้ผู้เข้ารับการอบรมกลับไปเป็นหัวหน้าหมู่และนำทหารใหม่ได้
