“แม่งเอ๊ย เร่งความเร็วกันหน่อย!”
“ให้พวกนายวิ่งขึ้นเนิน ไม่ใช่มาปีนเขา!”
“อืดอาดยืดยาดกันอยู่ได้ จะรอให้หอยทากแซงหรือไง?”
โหลวกั๋วเฉียงด่ากราด ส่วนหัวหน้าชุดแต่ละคนก็ฝีปากไม่เบาไปกว่ากัน
การวิ่งขึ้นเนินนี่ไม่ใช่เรื่องที่มนุษย์จะทำไหวจริง ๆ
เนินลาดยาวกว่า 200 เมตร วิ่งขึ้นไปสัก 2-3 รอบ ขาก็อ่อนยวบยิ่งกว่าเส้นบะหมี่สุก
ต้องวิ่งรวดเดียว 20 รอบ เล่นเอาแทบแย่
แถมยังต้องข่มไฟในใจ อดทนฟังคำด่าอีก
พอวิ่งครบ 20 รอบ แต่ละคนก็ล้มแผ่กับพื้น หายใจออกมากกว่าหายใจเข้า
“เพิ่งวิ่งไปแค่ 20 รอบก็ไม่ไหวแล้วเหรอ!”
“ดูสภาพพวกนายสิ อ่อนปวกเปียกอย่างกับไก่อ่อน จูงหมา...”
“จูงหมามาสักตัวยังวิ่งเก่งกว่าพวกเราใช่ไหมล่ะ!”
หูจั้วเป็นคนพูดต่อ
ปากของโหลวกั๋วเฉียงนี่เหม็นจริง ๆ หูจั้วเองก็ทนฟังไม่ไหว จึงอดพูดต่อไม่ได้ “ไอ้หน้าดำโหลว เอาแต่พล่าม ใคร ๆ ก็ทำได้”
“ถ้าแน่จริงก็ไปวิ่งขึ้นลงเนินนั่นสัก 20 รอบ แล้วค่อยมาด่าพวกเรา”
สิ้นเสียงของหูจั้ว ทั้งบริเวณก็เงียบกริบ
คนที่อยู่ตรงนี้ล้วนเป็นทหารเก่ากันทั้งนั้น
บางคนตอนเป็นทหารใหม่ก็เป็นตัวแสบ ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น
แต่ตอนนี้ล่ะ?
หนามบนตัวถูกถอนออกจนเกลี้ยง ตั้งแต่ก่อนจะแยกไปประจำหน่วยหลังเป็นทหารใหม่
บางคนอาจไม่เคยมีหนามงอกขึ้นมาด้วยซ้ำ แต่ตอนฝึกทหารใหม่ก็เคยช่วยถอนหนามให้คนอื่นมาแล้ว
