“ไม่เป็นไร เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว ฉันเข้าใจ”
ขณะหูจั้วพูด ในใจก็กำลังต่อสู้กับความคิดอย่างหนัก
ถ้าถูกมัดมือจริง ๆ เดี๋ยวเขาก็จะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
แต่ถ้าลงมือตอนนี้ จุดซุ่มโจมตีก็ยังอยู่ห่างออกไปตั้ง 100 เมตร
ทำยังไงดี?
ก็ช่างมันสิ
พอเห็นจ้าวเจี้ยนหัวกำลังจะใช้เชือกมัดมือเขา แววตาของหูจั้วก็พลันฉายประกายเย็นเยียบ
ปัง!
จ้าวเจี้ยนหัวตั้งตัวไม่ทันเลยสักนิด
หมัดของหูจั้วซัดเข้าที่เบ้าตาเขาอย่างแรง
“อ๊าก!”
เสียงร้องโหยหวนดังออกมาจากปากจ้าวเจี้ยนหัว
หูจั้วไม่หยุดชะงัก ชักหมัดกลับแล้วเปลี่ยนเป็นตบหลี่หงปิง
หูจั้วต่อต้านขึ้นมาอย่างกะทันหัน ถึงหลี่หงปิงจะระวังตัวอยู่ตลอด แต่ก็ยังช้าไปครึ่งจังหวะ
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้น
แต่ยิงพลาด
กระสุนเจาะเข้ากระจกบังลมหน้า
หูจั้วแอบคิดว่าเกือบไปแล้ว จังหวะนั้นเองหางตาก็เหลือบเห็นประกายเย็นวาบ
หลิวตงที่นั่งอยู่เบาะหลังลงมือแล้ว
หูจั้วรีบเบี่ยงหัวหลบ
เขาหลบคมมีดที่เกือบคร่าชีวิตไปได้อย่างหวุดหวิด
อีกฝ่ายมีทั้งมีดทั้งปืน ต่อให้ไม่มีอาวุธพวกนี้ หูจั้วคนเดียวก็รับมือคนสี่คนไม่ไหวอยู่ดี
เสียงแกร๊กดังขึ้น
มืออีกข้างของหูจั้วคลำหาที่เปิดประตูอยู่ตลอด
พอเจอก็เปิดประตูทันที
เมื่อประตูเปิด หูจั้วก็เอนตัวช่วงบนไปด้านหลัง ขณะเดียวกันเข็มเงินสามเล่มก็ปรากฏขึ้นในมือโดยไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
หูจั้วสะบัดมือปล่อยเข็มเงินออกไป
ตอนนั้นหลี่หงปิงเล็งปืนได้แล้วและกำลังจะยิงอีกครั้ง แต่พอเห็นเข็มสามเล่มพุ่งเข้าหาตัว เขาก็ยกแขนงอขึ้นมาป้องกันโดยสัญชาตญาณ
