“ใช่น่ะสิ อย่าพูดถึงเลย”
“ฉันว่าทำอีกสองปีคงต้องปลดประจำการแล้วล่ะ”
“คนที่ปลดประจำการอย่างฉันมีที่ไปไม่มากหรอก ในพื้นที่ก็ไม่มีเส้นสาย คงได้ไปนั่งเฝ้าอยู่โรงพักไหนสักแห่งจนตายแหง ๆ”
คุยกันได้แบบนี้ แสดงว่าอีกฝ่ายเริ่มคลายความระแวงลงทีละนิด
สถานการณ์แบบนี้ ถ้าคิดจะพลิกเกม สิ่งที่ตัดสินผลแพ้ชนะก็คือสภาพจิตใจ
ดูจากตอนนี้ที่หูจั้วนั่งคุยหัวเราะกับโจรทั้งสามคนในรถได้ ก็รู้แล้วว่าสภาพจิตใจของเขาแข็งแกร่งแค่ไหน
จากเรื่องงาน คุยไปถึงการขายแป้ง
โจรทั้งสามคนบนรถก็เข้าร่วมวงสนทนาอย่างรวดเร็ว
เป็นไปตามที่หูจั้วคาดไว้แทบทุกอย่าง
ทั้งสามเลือกแอบข้ามพรมแดนจากทางมณฑลหนาน เพราะตั้งใจจะทำธุรกิจแป้งจริง ๆ
ทั้งสามเตรียมตัวล่วงหน้ามาไม่น้อย
แต่ต่อให้เตรียมข้อมูลมามากแค่ไหน ก็สู้ฝีปากของหูจั้วที่พูดเก่งเป็นตุเป็นตะไม่ได้
ตั้งแต่รับของจากแหล่งผลิตโดยไม่ถูกปล้น ไปจนถึงวิธีหลบเลี่ยงการตรวจค้นระหว่างขนส่ง และสุดท้ายก็ขั้นตอนกระจายสินค้าให้ปลอดภัย
หูจั้วอ้าปากก็แจกแจงขั้นตอนสมบูรณ์แบบออกมาได้เป็นชุด ๆ
ทำเอาโจรทั้งสามในรถฟังจนตาค้าง
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ปากกระบอกปืนที่จ่อหน้าผากหูจั้วอยู่ก็ลดลงไปแล้ว
แต่หูจั้วยังไม่รีบร้อนลงมือ เพราะยังไม่ถึงเวลา
“น้องหู ถ้าถามฉันนะ เดี๋ยวนายไปกับพวกเราเลยดีกว่า”
