“ผู้หญิงสารเลวนั่นกับอู่ชิงชิวตอนนี้ยังค้าขายตั้งแผงอยู่เลยนะ พี่เจ๋อหมิง พี่ก็น่าจะรู้ว่าเธอมีสถานะเป็นคุณหนูนายทุน ถ้าเกิดเรื่องนี้มีใครไปแจ้งความผิดขึ้นมา ถึงไม่ถูกยิงเป้าก็ต้องติดคุกอีกสิบแปดปี แถมเรื่องนี้มันจะส่งผลกระทบต่อตระกูลลู่ของพวกพี่ด้วยนะ!”
“ว่ายังไงนะ? เวินอี้คนนั้นมันเกินไปแล้วจริง ๆ ตอนพี่ลู่ไม่อยู่บ้าน เธอมัวทำเรื่องวุ่นวายอะไรอยู่ได้”
จ้าวเสี่ยวกวงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินคำฟ้องของเสี่ยวชิงทางโทรศัพท์ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นด้วยความโกรธ
แต่เมื่อเห็นสีหน้าของผู้นำลู่ที่โกรธจนเขียวคล้ำ เขาก็รีบเข้าไปปลอบ
“พี่ลู่... พี่ลู่... อย่าโกรธไปเลย ยังไงก็ยังมีทางผ่อนปรนอยู่ใช่ไหม...”
ตอนนี้พวกเขาอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของสงครามนะ ถ้าอารมณ์ของผู้บัญชาการปั่นป่วนมากเกินไปจนกระทบแผนการรบ ผลที่จะตามมามันจะเกินจินตนาการ
เฮ้อ! หัวหน้าหน่วยเซียวคนนี้ก็จริง ๆ เลย จะมาเอ่ยเรื่องแบบนี้กับผู้นำลู่ตอนนี้ได้ยังไง
นี่เป็นครั้งแรกที่จ้าวเสี่ยวกวงเริ่มรู้สึกไม่เห็นด้วยกับเสี่ยวชิง
ลู่เจ๋อหมิงไม่ได้พูดอะไร แต่จากเสียงหายใจที่หนักหน่วง เสี่ยวชิงก็รู้ว่าเขาโกรธแล้ว
ที่ปลายสายอีกด้าน เสี่ยวชิงแสยะยิ้มขึ้นเล็กน้อยที่มุมปาก เธอตั้งใจบอกลู่เจ๋อหมิงเรื่องที่เวินอี้เก็งกำไร เพราะต่อไปเธอจะเปิดโปงและแจ้งความผิดเวินอี้ผู้หญิงสารเลวนั่น ไม่ว่าจะเป็นตัวเธอหรืออู่ชิงชิว คราวนี้ใครก็อย่าหวังจะพลิกตัวกลับมา
ถึงตอนนั้นพ่อแม่ตระกูลลู่ที่มีอำนาจสูงส่งก็ต้องขายหน้าพราะเวินอี้ผู้หญิงชั่วนั่น และเธอก็ไม่เชื่อว่า พอลู่เจ๋อหมิงกลับมาแล้วจะไม่หย่ากับนังสารเลวนั่น!
