ทว่าเพื่อนบ้านพลิกบ้านจนทั่วก็ไม่พบยาแม้แต่เม็ดเดียว
เห็นหญิงชราสกุลซูไอเป็นเลือดมากขึ้นเรื่อย ๆ เวินอี้จึงรีบเอ่ยว่า
"แบบนี้ไม่ดีแน่ ใครพอจะไปตามหมอที่แผนกแพทย์ค่ายทหารให้หน่อยได้ไหม"
ทุกคนฟังแล้วพากันทำหน้าลำบากใจ
"น้องสาวเอ๋ย พวกเราไม่ได้ไม่อยากไปนะ แต่พอเชิญหมอมาแล้ว ค่ารักษาใครจะเป็นคนออกล่ะ"
"ใช่แล้ว ไหนบ้านซูจะเป็นครอบครัวของพวกทรยศชาติอีก ถึงตอนนั้นหมอไปเก็บเงินกับยายแกไม่ได้ คนที่เรียกก็ต้องโดนเก็บแทนแน่"
เวินอี้ไม่ทันได้คิดอะไร
"ค่ารักษาของยาย ฉันออกเอง"
"ตกลง ๆ ข้าไปตามหมอให้เดี๋ยวนี้"
ทว่าเวินอี้ก็ดูออกว่าหญิงชราผู้นี้ป่วยหนักมานานหลายปีไม่มีเงินรักษา ถึงเชิญหมอมาก็คงแค่รั้งชีวิตไว้ไม่ให้ดับเท่านั้น
เมื่อครู่เธอเข้าใจสิ่งที่ยายแกอยากพูดแล้ว คงไม่ผิดแน่ น่าจะอยากขอให้เธอดูแลซูถง หลานสาวของยายต่อไป
ไม่นานนัก นายแพทย์ชายในชุดกาวน์ขาวก็รีบมาถึง
"อาการคนป่วยไม่ค่อยดี คนมากจะทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก อยู่ในห้องแค่หนึ่งหรือสองคนก็พอ ที่เหลือออกไปรอข้างนอกเถอะ"
หมอพูดพลางป้อนยาให้ยายหลายเม็ด จากนั้นหยิบหูฟังกับเครื่องมือแพทย์ออกจากกระเป๋ายา ตรวจอาการยายซูด้วยท่วงท่าชำนาญ
ต่อมาหยิบยาหลอดเล็ก ๆ หลายหลอดผสมลงในกลูโคส ให้น้ำเกลือยาย
เห็นยายซูหลับแล้ว เขาจึงหันมาถาม
"พี่สะใภ้ เมื่อครู่พี่บอกว่าใครเป็นคนจ่ายค่ารักษานะ"
ทันใดนั้น ทุกคนหันไปมองเวินอี้
"อ๋อ ฉันเอง ต้องจ่ายเท่าไหร่ ฉันจ่ายให้"
