แสงอาทิตย์ลอดผ่านกิ่งหลิวที่โปร่งบาง สาดลงบนพื้นเป็นจุดแสงพร่างพราย
ห่างออกไปนอกกำแพงสูงหลายชั้น เสียงผู้คนอื้ออึง แขกเหรื่อเดินขวักไขว่ไม่ขาดสาย
เด็กน้อยวัยผมจุกหลายคนวิ่งไล่หยอกล้อกันข้างโขดหินจำลอง มือถือขนมน้ำตาลปั้น พอยามวิ่งหยกประดับกายก็ส่งเสียงกระทบกันกังวานใสไพเราะ
ฉู่หวยเฉินก้าวเข้ามายืนระหว่างทั้งสองอย่างสบายอารมณ์ ร่างสูงใหญ่แข็งแรงหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเจียงอินด้วยท่วงท่าที่แสดงถึงการควบคุมทุกอย่างไว้ในมือ
เขาจ้องจ้าวซูเสวี่ยอยู่หลายอึดใจ ก่อนจะเบนสายตาออกอย่างมีมารยาท
รับของขวัญจากบ่าวชายที่ติดตามมา แล้วเอ่ยอย่างอ่อนโยนสุภาพว่า
“ฮูหยินจ้าว ขอแสดงความยินดีด้วย นี่เป็นของขวัญที่อินอินตั้งใจเตรียม ขอให้บุตรชายของท่านปลอดภัยราบรื่น มีความสุขและอายุยืนยาว”
จ้าวซูเสวี่ยคารวะฉู่หวยเฉิน รับของขวัญด้วยตนเอง ก่อนหันไปส่งให้สาวใช้
“ขอบคุณใต้เท้าฉู่ ขอบคุณน้องอินอิน”
เจียงอินเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเตรียมคำอวยพรไว้ตั้งมากมาย แต่ยังไม่ได้พูดสักคำ
นางรีบคล้องแขนจ้าวซูเสวี่ย แล้วพรั่งพรูคำอวยพรออกมารัวเร็ว
“ขอให้พี่หญิงกับพี่เขยรักใคร่กลมเกลียว อยู่เคียงคู่กันจนผมขาว! ขอให้หลานตัวน้อยปลอดภัยและเปี่ยมสุขทุกปีทุกเดือน เติบโตแข็งแรง อยู่รับใช้บิดามารดา วันหน้าขอให้เป็นบุรุษผู้ยืนหยัดค้ำฟ้า ปกป้องพี่หญิงและพิทักษ์บ้านเมือง!”
จ้าวซูเสวี่ยฟังนางกล่าวรวดเดียวเสียยืดยาว อดหัวเราะออกมาเพราะความน่าเอ็นดูไม่ได้
“ขอบใจอินอิน ลำบากเจ้าอุตส่าห์สรรหาถ้อยคำสวยหรูมาอวยพรแล้ว”
ครั้งหนึ่ง นางเคยเข้าใกล้ฉู่หวยเฉินเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลฝ่ายมารดา จงใจผูกมิตรกับเจียงอิน
ภายหลัง ฉู่หวยเฉินจะเมินเฉยและดูแคลนนางก็ช่างเถิด
จ้าวซูเสวี่ยกลับพบว่าเขาเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก ปากอย่างใจอย่าง
บุรุษผู้นี้ทั้งหยิ่งยโสและเย็นชา ทั้งยังช่ำชองการเสแสร้งเป็นคุณชายถ่อมตนและมีมารยาท
หลังลองหยั่งเชิงอยู่สองครั้ง จ้าวซูเสวี่ยก็เลิกล้มความคิดโดยสิ้นเชิง พลอยโกรธบิดาไปด้วยถึงสองเดือน
บิดามีสายตาเช่นไรกัน อายุปูนนี้แล้วยังมองไม่ออกอีกหรือว่าฉู่หวยเฉินผู้น้อยกว่าตนมีจิตใจเจ้าเล่ห์โหดเหี้ยมเพียงใด!
