เจียงอินนัดกับฉางซุนอิ๋งอวี้ไว้ว่าวันหลังจะไปเดินเล่นที่ร้านหนังสือด้วยกัน ส่วนนข้อเสนอที่พี่สาวจ้าวแอบมอบให้นางในวันนี้ เจียงอินคิดว่าไม่ควรใช้มิตรภาพของเด็กหนุ่มไปทดสอบความรู้สึกของบุรุษอีกคน เพราะไม่ยุติธรรมกับทุกฝ่าย
แม้ปฏิเสธข้อเสนอของพี่สาวจ้าว แต่นางก็รับปากว่าจะไม่จงใจตีตัวออกห่างฉางซุนอวิ๋นหง และจะมองเขาเป็นสหายเท่านั้น พี่สาวจ้าวพูดถูก รอบกายเจียงอินมีสหายน้อยนัก โดยเฉพาะคุณชายจากตระกูลใหญ่รุ่นราวคราวเดียวกัน นางแทบไม่รู้จักเลย
พี่ใหญ่คอยดูแลทุกเรื่อง และรู้จักสหายใหม่ทุกคนที่เข้ามาในชีวิตนางเป็นอย่างดี เจียงอินรู้ว่าพี่ใหญ่เป็นห่วงและหวังดีกับนาง ทั้งยังชอบที่เขาเอาใจใส่ ทว่านางเติบโตแล้ว บางครั้งก็อยากใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลายและมีอิสระบ้าง บางทีนี่อาจเป็นความดื้อรั้นที่ขาดไม่ได้ระหว่างเติบโต
--
ท่ามกลางราตรีอันพร่าเลือน ล้อรถม้าดังกึกกักขณะเคลื่อนไปข้างหน้า
ภายในรถม้ากว้างขวางสะดวกสบาย เจียงอินนั่งอยู่บนตักฉู่หวยเฉิน เอนกายพิงอกเขา นางแกะของขวัญตอบแทนแขกจากงานเลี้ยงวันเกิดครบหนึ่งขวบของจวนแม่ทัพ ชิ้นใดถูกใจก็เก็บไว้ ส่วนชิ้นใดไม่ชอบก็บอกว่าจะมอบให้พี่รอง
ฉู่หวยเฉินโอบเอวน้องสาวไว้ทั้งสองแขน เอนศีรษะพิงไหล่นางอย่างเหนื่อยล้า หลับตาพักผ่อน เจียงอินเห็นพี่ใหญ่เหนื่อย จึงขยับตัวหมายจะลงไปนั่งเอง ทว่าเพิ่งลุกขึ้นก็ถูกบุรุษกดเอวรั้งไว้จนขยับไม่ได้
“เด็กดี ให้พี่กอดสักครู่”
เจียงอินจึงหยุดนิ่งอย่างว่าง่าย นั่งอยู่ในอ้อมแขนเขา “อ้อ เช่นนั้นพี่ก็นอนเถิด”
พี่ใหญ่รูปร่างสูงใหญ่ ยามพิงนางคงทิ้งน้ำหนักลงมาเกือบทั้งตัวกระมัง มิฉะนั้นเหตุใดจึงหนักนัก
แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น เจียงอินก็ยังยืดตัวนั่งหลังตรง ก่อนก้มหน้าทำสิ่งที่กำลังเล่นต่อ
ทว่าไออุ่นจากลมหายใจข้างลำคอพัดรดมาเป็นระลอก นางไม่อาจแสร้งมองข้ามได้
