เจียงชิงอวิ๋นไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝันถึงบิดามารดาที่คิดถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หรือเป็นเพราะเนื้อเรื่องเปลี่ยนแปลงไปเพราะนางพลิกผันชะตาได้จริง
หลังจากกระอักเลือดออกมามากมาย ร่างกายของเจียงชิงอวิ๋นก็ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว
หนึ่งเดือนผ่านไป แม้แต่หมอหลวงก็เริ่มจนปัญญา
เดิมทีเจียงชิงอวิ๋นวางแผนว่าจะพาบุตรสาวกลับเมืองหวยหยางสักครั้งหลังเทศกาลไหว้พระจันทร์
เพื่อไปมองดูบิดามารดาของร่างเดิมในโลกนี้เป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นค่อยหาเหตุผลกลับวั่งจิง
และถือโอกาสหยั่งเชิงท่าทีของพี่น้องฉู่หวยเฉินกับฉู่เยว่ด้วย
ไม่คิดว่าแผนการจะพลิกผันกะทันหัน
ชะตากลับหันเหไปในทิศทางที่มิอาจต้านทาน และเริ่มดำเนินไปบนเส้นทางอีกสายหนึ่ง
วันนี้เป็นวันที่ 1 เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติแล้ว
ในนครวั่งจิง กลางวันยังคงอบอ้าว ทว่าพอตกกลางคืนกลับเริ่มเย็นลง
เจียงชิงอวิ๋นเอนกายพิงเก้าอี้โยกอาบแดด
สาวใช้สองคน คนหนึ่งนวดไหล่ทุบหลังให้นาง ส่วนอีกคนค่อย ๆ ป้อนยาขมมาให้
หลายวันมานี้ นางดื่มยาชนิดใดเข้าไป ไม่ถึงหนึ่งเค่อก็จะคลื่นไส้ปวดท้องแล้วอาเจียนออกมา
ยามเช้าตรู่ เจียงอินถูกนางบังคับให้ไปเรียนที่สำนักศึกษาพร้อมกับฉู่เยว่ ส่วนฉู่หวยเฉินก็ไปเข้าเฝ้าตามปกติตั้งแต่เช้า
เสิ่นอวี๋อินจะแวะมานั่งด้วยทุกวัน อย่างน้อยก็หนึ่งชั่วยามกว่า ๆ จึงค่อยกลับ
วันนี้ทุกคนไม่อยู่ จวนจึงเงียบสงบ
เป็นครั้งคราวได้ยินเสียงบ่าวไพร่เดินไปมาและสนทนากัน ชีวิตสงบสุขร่มเย็น
หลังดื่มยาเสร็จ เจียงชิงอวิ๋นก็ลุกขึ้นเข้าไปในห้องทำทีว่าขับถ่าย แท้จริงแล้วกลับอาเจียนยาออกมาจนหมด
นางอาเจียนจนกระอักเลือดอีกครั้ง อาการคลื่นไส้จึงทุเลาลง
