“เจ็บไหม”
“ไม่เจ็บ”
เชี้ยง!
“อุ๊ก....!”
หุบเขายามดึกลึก มีเสียงพูดคุยกัน และไม่ขาดเสียงครางแหบแห้งจากความทรมาณ เสียงหนึ่งตามหนึ่งดังต่อเนื่อง
เทียนเสวียนจื่อนั้นใจดียิ่งนัก เห็นศิษย์หลานน้อยต้องลำบากทรมานก็อดสงสารไม่ได้ จึงคิดจะรักษาให้เสียหน่อย
บาดแผนแห่งมหาวิถีไม่อาจหายขาด นางจึงหาทางอื่น ใช้พลังวิญญาณเป็นเข็มเป็นด้าย ร้อยรอยแตกร้าวบนวิญญาณของฉู่เซียวขึ้นทีละเข็ม
พูดให้ตรงก็คือ อุดรอยร้าวด้วยแผงปะเก็นนั่นเอง
ซึ่งทำให้ฉู่เซียวเจ็บปวดจนร้องลั่น ทุกครั้งที่เข็มปักลงไป ยิ่งกว่าถูกตะปูปรานวิญญาณตอกลงเนื้อตัวไม่ต่างกัน
เมื่อเทียนเสวียนจื่อตัดด้ายขาด ชายหนุ่มก็มีเลือดไหลจากทวารทั้งเจ็ด ศีรษะตื้อตึงไปหมด ความปวดแปลบที่ส่งมาจากวิญญาณทำให้เขาทรมานยิ่งกว่าใด
ไม่เป็นไร เขาเป็นคนหนังหนาเนื้อแข็ง ยังไม่ถึงกับตาย เพียงแต่สามวิญญาณเจ็ดพลังของเขามีรอยปะเพิ่มขึ้นหนึ่งแห่ง ส่งผลต่อความสวยงามอยู่บ้างเท่านั้น
“ต่อจากนี้ ควรเลี่ยงการปะทะด้วยกำปั้นเท้าเสียจะดีกว่า” เทียนเสวียนจื่อเตือนสติเช่นนั้น แล้วยังหยิบโอสถหนึ่งเม็ดส่งเข้าไปในร่างของฉู่เซียว
บาดแผลแห่งมหาวิถี...ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หากกดรอยแตกไว้ไม่อยู่ มิใช่แค่รอยแยกเพียงเส้นเดียว ทั้งวิญญาณอาจแตกสลายได้ทั้งดวง
ฉู่เซียวไม่พูดอะไร เช็ดเลือดที่มุมปาก แล้วมองไปยังท้องฟ้าอันว่างเปล่า บัดซบ! เจ้าฟ้าโจรนี่มันเลือกจังหวะมาทำให้เขาอึดอัดใจได้เหมือนรู้ใจจริง ๆ
หากไม่มีเหตุการณ์บทลงโทษจากสวรรค์ครั้งนั้น เขาย่อมฝ่าฟันขึ้นภูมิสำเร็จไปแล้ว แต่บัดนี้ ฟ้าผ่าห้าสายพร้อมกัน ผ่าจนเกิดบาดแผนแห่งมหาวิถีขึ้นมา
ตอนนี้เมื่อมองไปยังสำนักอนัตตาอีกครา กลับไกลโพ้นถึงขั้นเข้าไม่ถึง การจะฝ่าฟันขึ้นภูมิอีกครั้ง คงยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์เสียอีก
“รู้ไหมว่าฉินหลงจุนมุ่งหน้าไปที่ใด” เมื่อถอนสายตาจากห้วงอากาศ ฉู่เซียวหันไปมองเทียนเสวียนจื่อ
