อวิ๋นชิงถีบขา พยายามขยับหนีไปด้านหลัง แต่ฟู่สือเหิงกลับรั้งเอวเธอไว้ ไม่ยอมให้หลบ
ฟู่สือเหิงปลอบเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่ต้องกลัวนะ ผมไม่ทำอะไรหรอก แค่จะดูว่าคุณบาดเจ็บหรือเปล่า”
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดใจ พอเห็นอวิ๋นชิงมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้ คงทิ้งบาดแผลทางใจไว้สินะ
ตกลงเมื่อคืนเขาทำอะไรลงไปบ้าง?
พอเห็นฟู่สือเหิงกำลังจะเปิดผ้าห่มเพื่อดูอีก อวิ๋นชิงก็แทบสมองระเบิด รีบวุ่นวายยกมือไปกดผ้าห่มไว้
เมื่อคืนตอนอารมณ์พาไปก็เรื่องหนึ่ง แต่ตอนนี้มันคนละเรื่องกันนะ!
มือหนึ่งกดผ้าห่มไว้ อีกมือก็ปัดฟู่สือเหิง พลางรีบพูดว่า “ฉันไม่ได้บาดเจ็บ ไม่ได้บาดเจ็บ ไม่ได้บาดเจ็บ!”
ท่ามกลางความวุ่นวาย ในที่สุดเธอก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ เข้าใจว่าฟู่สือเหิงคงเข้าใจผิด จึงรีบพูดว่า “เมื่อคืนคุณไม่ได้ทำอะไรเลย”
ฟู่สือเหิงชะงักมือ สายตาเลื่อนไปหยุดอยู่บนแผ่นหลังและหัวไหล่ของเธอที่เต็มไปด้วยร่องรอย เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยเชื่อนัก
อวิ๋นชิงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวให้มิดชิดกว่าเดิม “จริง ๆ นะ! คุณยังจำได้ว่าฉันป่วย เลยไม่ได้แตะต้องฉัน”
พอได้ยินเช่นนั้น ฟู่สือเหิงไม่ได้รู้สึกผิดหวัง กลับถอนหายใจโล่งอกอย่างมาก
เขาอุ้มอวิ๋นชิงทั้งคนทั้งผ้าห่มเข้ามาไว้ในอ้อมกอด แล้วถามเสียงเบาว่า “ผมทำให้คุณตกใจหรือเปล่า?”
ดูจากร่องรอยทั่วร่างอวิ๋นชิงก็รู้แล้ว แม้เขาจะยังไม่ได้ทำถึงขั้นสุดท้าย แต่สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ คงทำไปเกือบหมดแล้ว
อวิ๋นชิงส่ายหน้า พอใจเย็นลงก็อดคิดไม่ได้ว่า เมื่อครู่เธอมีปฏิกิริยามากเกินไปหรือเปล่า?