อย่างที่จงอวิ๋นเจ๋อบอก มิติเร้นลับขนาดเล็กแห่งนี้ปลอดภัยสำหรับเขาจริง ๆ อยากได้อะไรก็แค่หยิบมา แทบไม่มีสิ่งใดขวางเขาได้
โชคดีที่จงอวิ๋นเจ๋อไม่โลภ อีกทั้งยังรู้จักเหลือโอกาสให้คนที่มาทีหลัง สิ่งของที่ไม่จำเป็นเขามักไม่แตะต้อง สมกับเป็นผู้นำแห่งฝ่ายธรรมะ ทั้งสง่างามและมีน้ำใจ
แน่นอนว่าอีกอย่างก็เป็นไปได้ว่าเขาไม่เห็นค่ามัน?
ไม่อย่างนั้นข้าวของทั้งหมดในมิติเร้นลับคงถูกเขากวาดเรียบไปแล้ว
อวิ๋นชิงนั่งอยู่บนไหล่เขา คอยมองซ้ายมองขวา พอเดินผ่านต้นไม้วิญญาณต้นหนึ่ง นางก็จ้องผลสีแดงสดบนต้นจนละสายตาไม่ได้ แม้จะเดินเลยมาแล้ว ยังบิดคอมองตามอยู่
ระบบยกมือกุมหน้าผาก 【โฮสต์ สำรวมหน่อย】
อวิ๋นชิงจึงดึงสายตากลับมา ล้วงเศษยาเม็ดหนึ่งออกมาแก้อยาก ใบหน้าอวบอิ่มเกร็งขึง ก่อนกล่าวอย่างจริงจังว่า 【ฉันเพิ่งฟื้นคืนชีพ เห็นอะไรก็ชอบไปหมด มองเพิ่มอีกหน่อยแล้วจะเป็นไรไป?】
ระบบ: ……ที่พูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำก็เพราะน้ำลายยังไม่หยดลงมาเท่านั้นแหละ
จงอวิ๋นเจ๋อหยุดเดินกะทันหัน “ศิษย์น้อง”
อวิ๋นชิงรีบนั่งตัวตรง “ศิษย์พี่?”
“อยากกินหรือ?”
อวิ๋นชิงส่ายหน้าอย่างไร้อารมณ์ น้ำเสียงไม่ใส่ใจ “ก็แค่ผลไม้หวาน ๆ เท่านั้น”
ผลไม้หวาน ๆ ฟังจากชื่อส่ง ๆ แบบนี้ก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ของดีอะไร
ข้อดีมีแค่หวานมาก รสชาติอร่อย ส่วนสำหรับผู้บำเพ็ญแล้วแทบไม่มีคุณค่าอะไร
แถมผลยังเล็กจิ๋ว ขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว ไม่ได้ขึ้นเป็นพวง แต่กระจายห่าง ๆ อยู่บนต้นทีละผล ทั้งใบไม้ของต้นผลไม้ก็มีมากและหนาทึบ ผลส่วนใหญ่ซ่อนอยู่กลางใบ ทำให้เก็บยาก
ถ้าไม่ใช่คนชอบกินจริง ๆ ต่อให้เห็นก็ยังไม่อยากเก็บด้วยซ้ำ