ลู่เหมี่ยวเหมี่ยวกระตุกมุมปาก ฝืนยิ้มแล้วกล่าวว่า “พี่ชายดีกับพี่สาวจริง ๆ เลยนะ น่าอิจฉาจัง”
ตอนพูด สายตาของเธอจับจ้องไปที่เหยียนเฉิน แววตาเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
น่าเสียดายที่เหยียนเฉินไม่แม้แต่จะมองเธอ ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจเลยสักนิด
อวิ๋นชิงจดจำบทบาทของตัวเองไว้ขึ้นใจ จึงขยับไปพิงเหยียนเฉิน มองลู่เหมี่ยวเหมี่ยวด้วยแววตาเจือความลำพองใจ ก่อนเอ่ยด้วยท่าทีอ่อนหวานเขินอายว่า “พี่ชายของเธอดีกับฉันจริง ๆ นั่นแหละ”
เหยียนเฉินไม่ได้เล่นตามน้ำ แต่ก็ไม่ได้คิดจะเปิดโปงเธอ
อวิ๋นชิง: …เฮ้ย ตบหน้าฉันสักทีสิ!
เหยียนเฉินนี่แปลกจริง ๆ! พระเอกคนนี้ยังพอช่วยได้ไหมเนี่ย?
ลู่เหมี่ยวเหมี่ยวโกรธจนอยากสาดเหล้าในมือลงบนหน้าอวิ๋นชิง
มีคนหน้าด้านขนาดนี้ได้ยังไง?
ตอนนั้นเห็นชัด ๆ ว่าเธอเป็นคนเห็นเหยียนเฉินฟื้นไม่ได้แล้วไม่อยากแต่งกับเขา ถึงได้บีบบังคับให้อีกฝ่ายแต่งงานแก้เคล็ดแทน ตอนนี้พอเห็นเหยียนเฉินหายดีแล้วกลับอยากแย่งเขาคืน เรื่องดี ๆ แบบนี้จะมีได้ที่ไหน!
ลู่เหมี่ยวเหมี่ยวแค้นใจอยู่ในอก แต่กลับฝืนกัดฟันพูดสวนทางกับความรู้สึกว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ยินดีกับพี่สาวด้วยนะ”
จากนั้นเธอก็ไม่ตอแยต่อ หมุนตัวเดินจากไป ก่อนจะไปยังเหลือบมองเหยียนเฉินด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าต้องคว้าเขามาให้ได้
ในจังหวะนั้นเอง ไฟก็ดับลงกะทันหัน พนักงานเข็นเค้กวันเกิดเข้ามา
ดวงตาของอวิ๋นชิงเป็นประกาย ตัดสินใจว่ากินเค้กก่อนดีกว่า
ท่ามกลางความมืด เหยียนเฉินโน้มเข้ามากระซิบข้างหูเธอว่า “ผมไปรับโทรศัพท์ก่อนนะ อย่าดื่มอะไรมั่วซั่วล่ะ”