เหยียนเฉินโกรธจนหัวเราะออกมา
เขามองเหยียนซิวที่ยังนอนอยู่บนพื้น ทั้งที่ไม่ได้แสดงสีหน้าเหี้ยมเกรียมอะไรเลย แต่เหยียนซิวกลับเกร็งไปทั้งตัวทันที ถึงขั้นเกือบอดใจไม่ไหว อยากถีบขาถอยหนีไปด้านหลัง
พอรู้ตัวว่าตัวเองขี้ขลาดแค่ไหน สีหน้าก็ยิ่งดูย่ำแย่ เขาพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ทำเรื่องน่าอับอาย แต่เส้นประสาทที่ตึงเครียดกลับไม่อาจผ่อนคลายลงได้
แม้จะไม่เคยยอมรับ แต่ความจริงแล้วเขากลัวเหยียนเฉินอยู่บ้าง
นี่คือบาดแผลในใจที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก
เหยียนซิวรู้มาตั้งแต่เด็กว่าตัวเองไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของตระกูลเหยียน แม้คุณปู่จะรักและเอ็นดูเขามาก แต่เขาก็ยังอดอิจฉาเหยียนเฉินไม่ได้
เพราะเขารู้ว่า ต่อให้คุณปู่เกลียดเหยียนเฉินแค่ไหน ทุกอย่างของตระกูลเหยียนก็จะตกเป็นของเหยียนเฉินในอนาคตอยู่ดี
เพราะความอิจฉา เขาจึงอาศัยความรักที่คุณปู่มีให้ คอยกลั่นแกล้งและใส่ร้ายเหยียนเฉินลับหลังอยู่บ่อย ๆ
เหยียนเฉินชอบทำหน้าขรึมมาตั้งแต่เด็ก ราวกับไม่ปรารถนาสิ่งใดในโลก แต่ความจริงแล้วเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น
ทุกครั้งที่เขากลั่นแกล้งเหยียนเฉิน อีกฝ่ายก็ไม่ไปฟ้องเหยียนหมิงเซวียนกับคุณนายเหยียน แต่จะเอาคืนด้วยตัวเอง
ยิ่งเขากลั่นแกล้งรุนแรงเท่าไร เหยียนเฉินก็ยิ่งเอาคืนหนักเท่านั้น ทั้งยังทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก ต่อให้เจ็บแค้นก็ได้แต่กลืนลงคอ
แม้เขาจะไปบอกคุณปู่ ซึ่งพร้อมจะเชื่อเขาโดยไม่มีเงื่อนไขและออกหน้าแทน แต่สุดท้ายก็ทำอะไรเหยียนเฉินไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐาน
อย่างไรเสีย เหยียนเฉินยังมีเหยียนหมิงเซวียนกับภรรยาคอยปกป้องอยู่!
เหยียนหมิงเซวียนกับภรรยาไม่เชื่อว่าเหยียนเฉินจะหาเรื่องเหยียนซิวขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล พวกเขาคิดว่าคุณปู่ไม่ชอบเหยียนเฉิน จึงอาศัยเรื่องหยอกล้อกันของเด็ก ๆ มากลั่นแกล้งเขา และมองว่าคุณปู่ไร้เหตุผลสิ้นดี