ในบรรดาแขกรับเชิญหลายกลุ่ม มีเพียงกลุ่มของฉีเฟยกับกลุ่มของอวิ๋นชิงที่มีอาหารหลากหลายที่สุด ส่วนกลุ่มของเมิ่งเล่ออีกับกลุ่มของเฟ่ยเซียวมีแค่อาหารจานที่สั่งเพิ่มมาเท่านั้น
อาหารมีปริมาณตามมาตรฐานของร้านจริง แต่ปกติอาหารของร้านนี้ก็ไม่ได้ให้เยอะอยู่แล้ว
แถมจานที่สั่งเพิ่มก็ไม่มีข้าวให้ด้วย
เดินเขามาเหนื่อยขนาดนั้น ทุกคนหิวกันตั้งนานแล้ว ของแค่นี้กินไม่อิ่มแน่นอน
ฟางซีเหอไม่ได้รู้สึกดีกับเมิ่งเล่ออีเท่าไร และเชื่อว่าคนดูเองก็คงไม่ได้รู้สึกดีกับเธอเช่นกัน
เขาไม่คิดจะรักษามารยาทสุภาพบุรุษกับเธอ จึงหยิบชามมาแบ่งอาหารคนละครึ่งอย่างยุติธรรม แต่ก็ไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด
แต่เพราะแขกรับเชิญหญิงคือเมิ่งเล่ออี จึงมีคนดูไม่มากนักที่คิดว่าเขาทำเกินไป บางคนยังรู้สึกด้วยซ้ำว่าเขายังทำไม่พอ
ใครจะคิดว่าคู่รักอย่างเฟ่ยเซียวกับหลีเมิ่งจือจะทำตามพวกเขา แบ่งอาหารกันคนละครึ่งแล้วต่างคนต่างกิน ตลอดมื้อไม่มีการพูดคุยกันเลย
แม้ทั้งคู่จะดูเหนื่อยจนไม่อยากพูด แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ชวนให้รู้สึกแปลก ๆ
อวิ๋นชิงอดมองพวกเขาอีกครั้งไม่ได้ พลางพึมพำในใจว่า 【ทำไมรู้สึกว่าเฟ่ยเซียวกับหลีเมิ่งจือยิ่งห่างเหินกันขึ้นเรื่อย ๆ นี่ฉันคิดไปเองหรือเปล่า?】
ซ่งเยี่ยนหลินเตือนเธอว่า “กินข้าว”
จะไปสนใจคนอื่นทำไม?
ความสัมพันธ์ของสองคนนั้นเห็นได้ชัดว่าทนต่อบททดสอบไม่ไหว ที่ประคับประคองกันมาได้นานขนาดนี้ก็เพราะหลีเมิ่งจือคอยยอมถอยและประนีประนอมอยู่ตลอด
ทันทีที่เธอไม่ยอมฝืนทนอีกต่อไป และเรื่องนี้ขัดกับหน้าที่การงานของเฟ่ยเซียว เธอไม่มีทางเป็นคนที่เฟ่ยเซียวเลือกอย่างแน่วแน่