เงามังกรถลึงตามองจงอวิ๋นเจ๋ออย่างดุดัน ก่อนจะหดกลับเข้าไปในร่างของอวิ๋นชิงอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ เพื่อปกป้องดวงจิตของนาง
จงอวิ๋นเจ๋อเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “ชิงชิง ข้าคล้ายจะเป็นมังกร แถมยังเป็นมังกรดำด้วย แบบนี้เจ้าจะรักข้ามากขึ้นหรือเปล่า?”
อวิ๋นชิง: …นี่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้หรือไง?
ถึงอย่างนั้นนางก็ยังปลอบเขาว่า “อื้ม ใช่ ๆ ข้ารักเจ้าที่สุดเลย”
เฟิ่งอู่ถูกยั่วโมโหอีกครั้ง นางเอ่ยด้วยเจตนาร้ายเต็มเปี่ยมว่า “ฉือชาง เจ้าใช้พลังวิญญาณมังกรปกป้องนาง แล้วโลกหน้าเจ้าจะยังหลุดพ้นจากเนื้อเรื่องได้อีกหรือ?”
“เจ้าไม่ให้ข้าแตะต้องนางก็ได้! ข้าจะไม่แตะต้องนาง แต่ข้าจะทำให้นางเห็นกับตาว่าเจ้าหันมารักข้า!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฟินเทียนก็ร้อนใจขึ้นมา “นายท่าน รีบเก็บเงามังกรกลับไปเถอะ ข้าจะปกป้องนายหญิงเอง ท่านยังไม่เชื่อใจข้าอีกหรือ?”
จงอวิ๋นเจ๋อ: …เจ้าเป็นใครกัน?
“โฮสต์ ให้เขาเก็บกลับไปเถอะ ไม่อย่างนั้นโลกหน้าถ้าเขาหลุดพ้นจากเนื้อเรื่องไม่ได้ก็แย่แน่!”
อวิ๋นชิงอดหันไปมองจงอวิ๋นเจ๋อไม่ได้ “ศิษย์พี่!”
จงอวิ๋นเจ๋อส่ายหน้า “ข้าไม่รู้ว่าจะเก็บกลับไปอย่างไร”
เฟินเทียนรีบอธิบาย “เงามังกรเป็นเพียงพลังดวงจิตส่วนหนึ่งของท่าน มันทำตามเจตจำนงของท่าน ขอเพียงท่านต้องการให้มันกลับไป มันก็จะกลับไปเอง”
จงอวิ๋นเจ๋อ: อ้อ งั้นข้าไม่ต้องการ
เมื่อเห็นเขาไม่ขยับเขยื้อน เฟินเทียนก็เดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น จึงหงุดหงิดจนต้องฟ้อง “โฮสต์ เขาไม่เชื่อฟัง จัดการเขาเลย!”
พอตะโกนจบ มันก็รู้ตัวทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ เฟิ่งอู่หายไปแล้ว