“ข้ากับพี่เหวินกวงเพิ่งแต่งงานกันได้ปีเดียว ข้ายังสาว ยังมีเวลาอีกมากที่จะมีลูก”
แววตาของเหลียงอวี่โหรวเต็มไปด้วยความอำมหิต “ลูกของจวนโหวเจิ้นหนาน จะต้องเป็นลูกที่ข้าให้กำเนิดเท่านั้น จวนโหวเจิ้นหนานแห่งนี้ก็ต้องให้ลูกของข้าสืบทอด คนอื่นอย่าหวัง!”
เมื่อคิดได้แล้ว เหลียงอวี่โหรวก็พลันสงบใจลง ต่อให้ตั้งครรภ์แล้วอย่างไร นางมีวิธีมากมายที่จะทำให้นังแพศยานั่นแท้งลูก
จ้าวเหวินกวงเพิ่งกลับถึงจวน ก็ได้รับข่าวว่าอันหนิงตั้งครรภ์แล้ว เขาดีใจจนใจพองโต
แม้เขาจะคอยปลอบลูกพี่ลูกน้องว่าไม่ต้องรีบร้อน แต่สถานการณ์ของจวนโหวเจิ้นหนานก็เป็นเช่นนั้น อีกทั้งมารดาก็เฝ้ารอวันแล้ววันเล่า แล้วเขาจะไม่ร้อนใจได้อย่างไร
เขาเพียงไม่อยากกดดันนางมากเกินไป พอได้ยินข่าวดีนี้ขึ้นมากะทันหัน จ้าวเหวินกวงก็รู้สึกโล่งใจไปไม่น้อย
ในที่สุดก็มีคำตอบให้มารดาเสียที จ้าวเหวินกวงไม่ทันคิดอะไรมากก็เดินตรงไปยังเรือนทิงจู
“ฮูหยิน ซื่อจื่อกลับมาแล้วเจ้าค่ะ” เซี่ยเหอพาจ้าวเหวินกวงเข้ามาด้วยสีหน้าเบิกบาน
“ท่านพี่กลับมาแล้ว” อันหนิงลุกขึ้นยืนพร้อมรอยยิ้ม
จ้าวเหวินกวงเอ่ยว่า “ไม่ต้องมากพิธี รีบนั่งเถิด ร่างกายเจ้าไม่สบายตรงไหนหรือไม่?”
อันหนิงตอบว่า “หมอประจำจวนตรวจดูแล้ว ข้าไม่รู้สึกไม่สบายตรงไหนเลย ท่านแม่ก็เมตตาข้า มอบของให้ข้าตั้งมากมาย”
“ยังบอกด้วยว่าในสองเดือนนี้ไม่ต้องรีบไปคารวะ ท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วง”
จ้าวเหวินกวงกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ดี หากขาดเหลือสิ่งใดก็บอกท่านแม่ได้เลย ท่านแม่มีเมตตา ไม่ปฏิเสธหรอก”
