หยางซื่อเข้าใจหลักการตบหัวแล้วลูบหลังเป็นอย่างดี จึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “วางใจเถิด อย่างไรเสียข้าก็เห็นเจ้ามาตั้งแต่เล็กจนโต”
“ต่อให้หลี่ซื่อมีทายาทแล้ว นางก็เทียบเจ้าไม่ได้อยู่ดี”
เหลียงอวี่โหรวหลุบตาลง “เจ้าค่ะ อวี่โหรวขอบคุณท่านน้าหญิง”
หลังจากถูกหยางซื่อตักเตือน เหลียงอวี่โหรวก็ลากร่างอันเหนื่อยล้ากลับไปยังเรือนทิงอวี่ของตน
“คุณหนู มือของท่าน...” เดิมทีชุนเอ๋อร์ประคองเหลียงอวี่โหรวอยู่ ครั้นเห็นรอยเลือดบนฝ่ามือตนก็พลันเข้าใจขึ้นมา
เหลียงอวี่โหรวค่อย ๆ คลี่ฝ่ามือออก ถึงได้พบว่าตนบีบฝ่ามือจนเป็นรอยเลือดโดยไม่รู้ตัว
“คุณหนู อย่าเสียใจไปเลยเจ้าค่ะ ตอนนี้เรากลับมาแล้ว ซื่อจื่อย่อมไม่ไปเรือนทิงจูอีก อย่างไรซื่อจื่อก็ยังเป็นของคุณหนู”
ตงเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทอีกคนของเหลียงอวี่โหรว รีบปลอบใจ
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ คุณหนู หากซื่อจื่อเห็นท่านเป็นเช่นนี้ เขาคงปวดใจแย่” ชุนเอ๋อร์รู้ว่าคุณหนูของตนชอบฟังอะไร จึงรีบยกจ้าวเหวินกวงขึ้นมาอ้าง
“พี่เหวินกวงจะปวดใจหรือ?” เหลียงอวี่โหรวมองชุนเอ๋อร์อย่างไม่แน่ใจ
ตงเอ๋อร์รีบรับคำต่อ “ต้องปวดใจอยู่แล้วเจ้าค่ะ คุณหนูกับซื่อจื่อผูกพันกันมาหลายปี จะมีใครจากเรือนทิงจูมาเทียบได้”
“คุณหนูวางใจเถิด คืนนี้ซื่อจื่อจะต้องมาหาท่านแน่นอน”
“ไม่เหมือนเดิมแล้ว ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว” เหลียงอวี่โหรวเสียใจอย่างยิ่ง
ชุนเอ๋อร์กับตงเอ๋อร์กลับมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ
