ที่ประตูหลังหอว่านฮวา หลังจากโม่เฟิงตรวจดูรถม้าเป็นครั้งที่สองเสร็จ เขาก็ยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นคนที่รอออกมาแล้ว จึงรีบก้าวเข้าไปหา
“ท่านกั๋วกง จะกลับจวนหรือขอรับ?”
“อืม” จี้หมิงหยวนตอบสั้น ๆ แต่กลับไม่ได้ขึ้นม้าทันทีเหมือนเช่นทุกครั้ง เขาหันกลับไปมองด้านหลัง
โม่เฟิงเองก็หันไปมองอย่างสงสัย ก่อนจะเห็นสตรีนางหนึ่งเดินหอบหายใจออกมา
“รบกวน...รบกวนใต้เท้ารอนานแล้วเจ้าค่ะ”
อันหนิงเองก็จนใจ นางพิการ เดินเร็วไม่ได้จริง ๆ นี่ก็เป็นผลจากการพยายามเร่งฝีเท้าเต็มที่แล้ว
จี้หมิงหยวนมองอันหนิงแวบหนึ่ง ก่อนหมุนตัวขึ้นรถม้า
อันหนิงออกแรงเหยียบแท่นขึ้นรถจนขึ้นไปได้ ระหว่างนั้นองครักษ์หนุ่มคนนี้เพียงยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ สีหน้าเรียบเฉย ไม่มีท่าทีคิดจะช่วยแม้แต่น้อย
ภายในรถม้า อันหนิงหยิบผ้าเช็ดหน้าปักลายออกมา ค่อย ๆ ซับเหงื่อเม็ดเล็กตรงขมับ โชคดีที่วันนี้แต่งหน้าไม่เข้ม ไม่อย่างนั้นคงเลอะไปหมดแล้ว
พื้นที่ในรถม้าคับแคบ ขณะที่อันหนิงกำลังเช็ดเหงื่อ จี้หมิงหยวนก็ได้กลิ่นเครื่องหอมจากแป้งร่ำจาง ๆ แต่ไม่ได้ชวนให้รู้สึกรังเกียจ
เดินทางมาทั้งทาง แถมยังเสียเหงื่อไปมาก ตอนนี้อันหนิงเริ่มกระหายน้ำ สายตาจึงอดเหลือบมองถ้วยชาบนโต๊ะไม่ได้
เพียงได้กลิ่น อันหนิงก็รู้ทันทีว่าเป็นชาชั้นดี ชาติที่แล้วนางไม่เพียงอยู่ดีกินดี ของใช้ส่วนใหญ่ยังล้วนเป็นของชั้นเลิศ
รสนิยมของอันหนิงจึงถูกยกระดับขึ้นไม่น้อย อย่างชาบนโต๊ะตอนนี้ แค่ได้กลิ่นหอมของชา นางก็รู้แล้วว่าเป็นชาที่เก็บก่อนวันชิงหมิง
